เอาล่ะ มาต่อกันเลยกับรีพอร์ททัวร์จากคราวที่แล้ว...... ที่เลทสุดๆ จนไม่น่าเรียกว่าเป็นรีพอร์ทแล้ว ( รีพอร์ทของจริงเค้าเขียนจบกันไปหลายคนแล้วย่ะ http://angelk.exteen.com/ นี่รีพอร์ทของ AK อีกคนหนึ่ง รูปสวยๆ เพียบเลย ) น่าจะเรียกว่าเป็นบันทึกความทรงจำมากกว่า.. แต่ก็เอาเถอะ หยวนๆ น่านะ =_="
อ้อ ตอบคำถามคราวที่แล้วกันก่อน คิดว่าทัวร์นี้จะจัดทุกปีค่ะ ปีนี้ไม่ว่างไปด้วยกันปีหน้าก็ได้น่อ ^^/
คราวที่แล้ว เราจบการเดินทางลงที่วันแรก ( วันที่ 10 ) ก็มาต่อกันกับการเดินทางในเช้าวันรุ่งขึ้น วันนี้เป็นวันที่ออกเดินทางตั้งแต่ 7 โมงครึ่ง ข้าวเช้าก็แจกกันในรถ ก็แจกๆ กันก็มี "เจปัง" ทั้งยากิโซบะเจปัง เมลอนเจปัง หนมปังไส้ครีมเจปัง สมเป็นอาหารเช้าของโอตาคุทัวร์จริงๆ นอกนั้นยังมีข้าวปั้นกับน้ำชาอีกคนละขวด ทุกคนก็ดูอิ่มหนำสำราญกันดีเนอะ
วันนั้นพวกเราออกเช้ากันเป็นพิเศษ ก็เลยมีการโฉบๆ ขับรถผ่านไปดูโตเกียวบิ๊กไซต์ แล้วก็พาเล็ตต์ทาวน์ เรนโบว์บริดจ์แถบโอไดบะด้วย แต่รู้สึกว่าคนในทัวร์จะหลับคอพับคออ่อนกันเป็นแถบ ตีการ์ดกันจนดึกล่ะสิ พวกโยม.. -_-"
จริงๆ ยามเช้านี่มาดูโอไดบะก็ไม่ค่อยมีอะไรหรอก แต่มันเป็นสถานที่พิเศษสำหรับเราเลยล่ะนะ ตอนกลางคืนจะมีการประดับแสงสีสวยมาก ยิ่งตอนคริสมาสต์แล้วจะมีการนำหิมะ ( ปลอม ) มาโปรยปรายให้เป็นไวท์คริสมาสต์สำหรับคู่รักหนุ่มสาวด้วย... ซิก.. ดอกรักบานในหัวใจใครทั้งโลก แต่ดอกโศกบานในหัวใจฉัน...
จากนั้นเราก็โฉบไปที่แถวตึกรัฐสภาญี่ปุ่น และวังจักรพรรดิ ( 皇居、国会議事堂 ) ที่ๆ ร่ำลือว่าเป็นวังที่ใหญ่ที่สุดในพระราชวังทั้งโลก จริงหรือเปล่าไม่รู้นะ เจ้านายเขาว่างั้น ตอนที่พวกเราขับผ่านไป มีรถม้าวิ่งผ่านถนนไปถึงประตูพระราชวังด้วย ( เจ้านายบอกอีกเช่นกัน ) ว่าพวกทูตบิ๊กๆ จะไปพักโรงแรมหรูๆ บริเวณนั้น แล้วสำนักพระราชวังจะส่งรถม้าไปรับถึงที่ ไฮโซโคตร...
ว่าแล้วก็ถึงจุดหมายสำคัญในวันนี้ "สำนักพิมพ์โคดันฉะ"
ส่วนที่พวกเราได้ไปดูคือแผนกบรรณาธิการการ์ตูนผู้ชาย ( 講談社少年マガジン編集部 )โดยมีคุณซึจิ... ( หรือเปล่าหว่า.. ขอโทษค่ะ จำชื่อไม่ได้เป๊ะๆ =_=" คิดว่าชื่อราวๆ นี้ล่ะนะ ) เป็นคนออกมาต้อนรับและให้คำอธิบายในเรื่องต่างๆ คุณซึจิคนนี้เป็นคนดูแลเรื่องการขายลิขสิทธิ์หนังสือให้กับสนพ.ต่างประเทศต่างๆ รวมถึงไทยด้วย ( เราแอบใส่ไฟไปเล็กน้อยว่า VBK ออกช้า SIC แปลห่วย แต่เหมือนทางโน้นพอจะรู้ๆ อยู่บ้างแล้วล่ะนะ )
คุณซึจิออกมาแนะนำและอธิบายถึงประวัติของบ.โคดันฉะ และงานของแผนกบรรณาธิการของการ์ตูนรายสัปดาห์ ตอนนี้คุณซึจิเล่าเรื่องของอ. เท็ตสึกะ โอซามุให้ฟังด้วย แบบว่าสมัยอ. งานชุกๆ มีคนทวงต้นฉบับของ 3 สนพ.มานั่งเฝ้า อ. เลยบอกจะออกไปห้องน้ำ จากนั้นก็ปีนหน้าต่างหนีคนคุมออกไปเลย... มุ.. ฟังแล้วเห็นภาพมากๆ =_=" แถมคุณซึจิยังบอกด้วย ว่าปัจจุบันนักเขียนรุ่นหลังก็ยังเอาอย่างอาจารย์อยู่เสมอ โอ้ว...
ที่เราว่าน่าสนใจอีกเรื่องคงเป็นเรื่องวิธีทำงานของนักเขียนการ์ตูนรายสัปดาห์นะ คุณซึจิบอกว่าแมกกาซีนรายสัปดาห์ของโคดันฉะจะออกวันพุธ เพราะฉนั้นนักเขียนจะต้องส่งต้นฉบับวันศุกร์ ระหว่างนั้นนักเขียนต้องร่างเนมของตอนต่อๆ ไป ส่งให้กองบก.ดูพร้อมกับรอฉบับแก้ไข กองบก.อนุมัติเมื่อไหร่ ถึงจะเริ่มปั่นแบบลงเส้น ลงสกรีนได้ ในขณะเดียวกันถ้าเป็นการ์ตูนเฉพาะด้านอย่างการ์ตูนแพทย์ กองบก.ก็มีหน้าที่ต้องส่งไปต้นฉบับไปตรวจเช็คกับผู้มีความรู้ด้วย อูว์........ ชีวิตนักเขียนการ์ตูนนี่โหดแท้น้อ....
เมื่อเสร็จสิ้นการอธิบายแล้วคุณซึจิก็เปิดโอกาสให้ทุกคนถามคำถามโดยอิสระ
นอกเรื่องนิด...ขอสารภาพหน่อย.. น้องๆ ผู้ร่วมทัวร์จะรู้กันมั้ยเนี่ย.. ว่านี่เป็นช่วงที่พี่หวาดเสียวที่สุด... ที่เห็นนั่งปาดเหงื่อนั่นไม่ใช่ว่าร้อนนะ มันตื่นเต้นเฟ้ย =W= กลัวว่าจะมีคำถามประหลาดๆ ออกมา กลัวว่าจะแปลไม่ได้ กลัวว่าเค้าจะฟังไม่รู้เรื่อง อ๊ากกกก กลัวไปสารพัดนั่นแหละ แต่ถึงที่สุดแล้วก็พอขายผ้าเอาหน้ามารอดมาได้... ล่ะมั้ง ?
คำถามที่น่าสนใจก็มีประมาณว่า... ทางโคดันฉะจะทำอะไรกับการเซนเซอร์ ( คว้าง วิ้ว ฟ้าว ) ในต่างประเทศได้หรือไม่ ?
ซึ่งในส่วนนี้คุณซึจิก็ได้ให้คำตอบว่า แน่นอนว่าทางนักเขียนอยากให้ต้นฉบับในลักษณะที่ตรงกับของออรินัลอยู่แล้ว แต่ขีดจำกัดของในแต่ละประเทศก็ละเอียดอ่อน เพราะงั้นเรื่องในส่วนนี้ก็ขึ้นอยู่กับบรรทัดฐานของสนพ.ไทยเองนะ แล้วยังมีเพิ่มเติมว่า ในความเห็นของเขาแล้ว ประเทศที่เข้มงวดเรื่องเซนเซอร์ที่สุดไม่ใช่ไทย แต่ดูเหมือนจะเป็นเมกากับมาเลย์ หรืออินโดนี่แหละ ไม่แน่ใจเหมือนกัน ( ถ้าจำไม่ผิด ) รู้สึกว่า Negima ในอเมริกาก็จะติดเรทไว้ด้วย ห้ามผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 อ่าน
คุณซึจิยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ( เริ่มรู้สึกเหมือนรายงานข่าวเข้าไปทุกที... ) นักเขียนก็แบ่งเป็นสองพวก คือพวกที่ถือว่าตัวเองเป็นมืออาชีพ ดังนั้นก็จะวาดโดยดูการตอบรับของสังคม คือถ้ามันโป๊ะๆ มากนักก็เลี่ยงไปใช้การบรรยายแบบอื่น หรือพวกตามใจฉัน คืออยากเขียนอะไรเขียน ( แล้วพอมาถึงไทย เราก็จะได้เห็น คว้าง วิ้ว ควับปลิวกันให้ว่อน... )
แล้วก็มีคำถามเรื่องการขึ้นราคาการ์ตูน อันนี้คุณซึจิอธิบายว่าจากการขึ้นราคาน้ำมัน ส่งผลให้ราคากระดาษกระฉูดกันถ้วนหน้า ทางของญี่ปุ่นเองก็ยังต้องขึ้นราคาเหมือนกัน บางเล่มก็ขึ้นไม่กี่สิบเยน บางเล่มก็อาจจะขึ้นเป็นร้อยเยนเลยก็ได้
ตรงนี้มีคนยิงคำถามเรื่อง "ไอโยริ อาโอชิ" ( ชื่อไทยว่าไรน่ะ ? ) ของ VBK มาด้วย กรณีที่ทำเล่มใหญ่แต่กระดาษยังห่วยเหมือนเดิมแต่ขึ้นราคาสูงส่ง ว่าทางสนพ. มีความเห็นยังไง พอจะมีมาตรการอะไรได้ไหม ? คุณซึจิก็อ้ำๆ อึ้งๆ ไปพักหนึ่ง ก่อนจะบรรยายถึงสัญญาสั้นๆ ก่อนจะตบท้ายว่า
"แต่ในเรื่อง "ไอโยริ อาโอชิ" นั้น ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะมันไม่ใช่ของสนพ.โคดันฉะ"
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ~~~~~~~~~~ =[]=" พลาดไปแล้ว.... แต่ขอบคุณค่ะ ที่ยังอุตส่าห์อธิบายให้ฟัง...
จากนั้นคุณยามาดะ ( ? ) จำชื่อไม่ได้อีกล่ะ.. ผู้รับผิดชอบต้นฉบับของอ.ฟุจิซาว่า โทรุ ผู้เขียน GTO ก็นำต้นฉบับเรื่องเนงิมะมาให้ดูกัน ( เรื่องของเรื่องคือ... ดูเหมือนตอนแรกต้นฉบับที่จะนำมาให้ดู เป็นของอ.โทรุ แต่ทางโน้นได้ยินว่าฮือฮากับอ.เคนมากกว่า เลยมีการเปลี่ยนตัวกันกลางอากาศ ) น้องๆ แต่ละคนก็กรี๊ดกร๊าดกันแบบสุดๆ ทางโน้นขอร้องไว้ว่าห้ามแตะต้นฉบับ ทางเราก็รักษากฎไว้ดีมากจริงๆ ไม่มีการแตะต้องเลย แต่น้องๆ แต่ละคนนี่ก้มดูแบบว่า... ขนตาเฉียดสกรีนโทน.. สตาฟฟ์แอบใจหายใจคว่ำอยู่ห่างๆ ตอนนั้นถ้ามีใครก้มๆ อยู่แล้วน้ำลายไหลแหมะใส่ต้นฉบับขึ้นมา ทั้งคณะทัวร์คงโดนโยนจากชั้น 24 ลงมาเป็นแน่แท้... แต่การชมต้นฉบับก็จบลงโดยราบรื่น เย้ ~
อ้อ เสริมอีกนิด กระดาษที่อ.เคนใช้วาดต้นฉบับ เป็นกระดาษที่ทางโคดันฉะผลิตขึ้นมาเอง ! เพื่อใช้วาดการ์ตูนโดยเฉพาะ... โอ.. ฟังแล้วทุกคนครางฮือกันเป็นแถว เค้าทำงานกันเนี้ยบจริงน้อ...
จากนั้นเราก็พักกินข้าวกลางวันกัน ในห้องประชุมของโคดันฉะน่ะแหละ มื้อนี้อร่อยมาก >_<b เราถ่ายรูปมาด้วยล่ะ มาดูกันๆ
รูปแรกของการรายงานเป็นรูปอาหาร... เห็นแก่กินโคตร..ไอ้อ้วนเอ๊ย... นะ.. เขาว่ารูปภาพแทนคำพูดได้พันคำ เพราะงั้นเราจะไม่ขอบรรยายรสชาติละกัน จินตนาการกันเอาเองนะ หุหุ
กินเสร็จเราก็เริ่มทัวร์กองบก. ตอนนี้ต้องแบ่งคนออกเป็นสามกลุ่ม ไม่งั้นคนจะเยอะเกิน แน่นอน... ล่ามประกบทุกเที่ยว... ถึงว่าไปกอนโซกับโคดันฉะเนี่ย เราว่าเราคุ้มสุด ใครๆ เขาเดินกันรอบเดียวแล้วออก อีนี่วนมันสามรอบ ท่องบทเดิมสามรอบ ลิฟต์ก็ขึ้นลงมัน 6 เที่ยว ( x 2 ) จำขึ้นใจแล้วนะเนี่ย ไหนลองอีกเที่ยวสิ
"( ปัจจุบันอยู่ชั้น 24 ) จากนี้เราจะลงลิฟต์ไปชั้น 16 ค่ะ"
"ทางโน้นคือกองบก.มันท์ลี่ค่ะ ส่วนทางนี้คือกองบก.วีคลี่นะคะ"
"คนที่นั่งตรงโน้นคือบก. ค่ะ ส่วนคนเสื้อแดงมุมในสุดคือผู้รับผิดชอบการ์ตูนเรื่อง xxx นะคะ"
"นี่คือห้องปั่นต้นฉบับกะทันหันค่ะ มองแวบๆ นะคะ เดี๋ยวนักเขียนการ์ตูนตกใจ"
"เอาล่ะค่ะ เสร็จแล้วลงลิฟต์ไปชั้นล่างกันเลยนะคะ คนที่เสร็จแล้วกลับขึ้นรถทัวร์กับคุณอิโดไปเลยค่า ~"
วงจรก็จะเป็นแบบนี้ ห้องประชุมชั้น 24 ---> กองบก.ชั้น 16 ---> ชั้น 1 ส่งคนกลับรถ ---> ( คุณซึจิกับล่าม ) กลับขึ้นชั้น 24
แล้วก็วนลูปแบบนี้อยู่ 3 รอบ.... จะบอกว่ากว่าจะหมดทั้งคณะ เราลงมาเหยียบพื้นแล้วนึกว่าแผ่นดินไหวเลย ฮือ.. มึนจนรู้สึกว่าพื้นมันโคลงเคลง.. แหวะ เมาลิฟต์ =_="
เสร็จจากโคดันฉะ เราก็มุ่งหน้าไปม.โทไดกัน ตอนแรกนึกว่าจะไม่ไปแล้ว เพราะวันนี้ฝนตกพรำทั้งวัน อากาศหนาวใช่เล่นเลยล่ะ เจ้านายยังบอกเลยว่าปกติเดือนสี่โตเกียวไม่หนาวขนาดนี้หรอก แถมมีซ้ำเติมมาด้วยว่า อ้อ แต่ยูคงไม่รู้หรอกนะ เพราะคานาซาว่าที่ยูเคยอยู่มันหนาวปีชาตินี่ -[]-" โหย... ไม่ถูกส่งไปอยู่บ้านนอกมั่งก็แล้วไป
พอเสร็จจากโทได คณะทัวร์ก็มุ่งหน้าไปที่ๆ เรารอคอย.. ! Bandai Musuem !( バンダイミュージアム )
หลักๆ แล้วที่นี่มีทางเข้าสองทางให้เลือก คือฝ่าย Tokusatsu ที่มีพวกไรเดอร์ เซนไท อุลตร้าแมน แล้วก็ฝ่าย Gundam ต้องซื้อตั๋วแยกกันด้วยล่ะ แต่เราจำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่แฮะ อ้อ ที่นี่ไม่ห้ามถ่ายรูปค่ะ ( นานๆ จะเจอที ) รู้สึกว่าแต่ละคนจะถ่ายกันเพลินไปเลยเหมือนกัน
สารภาพ.. เราเข้าไปเล่นแต่ฝ่ายทางไรเดอร์.. ทางกันดั้มเข้าไปตอนไล่เช็คว่ายังมีคนหลงอยู่หรือเปล่าเฉยๆ เพราะโดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยมีเยื่อใยกับกันดั้มเท่าไหร่ เราดูแต่ G Gundam เท่านั้นแหละ เพราะมันคือ Super Robot 555 แต่รู้สึกไฮไลต์ของทางกันดั้มก็คือ หัวกันดั้มขนาด 1:1 พร้อมชุดนักบินไว้ให้คนเข้าชมได้คอสเพลย์ล่ะนะ
ว่าแล้วก็มาชมรูปทางฝ่ายไรเดอร์กันดีกว่า
ไรเดอร์ขนาด 1:1 ที่ถูกขังอยู่ในกรง...ป้องกันแฟนๆ เข้าทึ้งหรือหอบกลับบ้าน
โกเรนเจอร์ขนาด 1:1 เช่นกัน จะบอกว่าคนที่เล่นเป็นสีฟ้าเท่ห์นะเออ อย่าทำเป็นเล่นไป แต่ก็นะ.. คนหล่อเมื่อเกือบสามสิบปีที่แล้ว.. ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างเนี่ย...
แจ็คเก็ตของเหล่าเซนไทแต่ละซีรี่ส์ >_<
แพนด้า Z
มาชีนก้า Z
มีโชว์มาจิเรนเจอร์ด้วยล่ะ ~
อันนี้เอามาให้ดูด้วยความคับแค้นใจ อยากได้คุณฮิบิกิตัวจิ๋วๆ หน้าสุดมาก เพราะมีตัวกลางกับตัวใหญ่แล้ว ถ้าเอามาเรียงกันมันก็จะดูเหมือนไรดอร์อนุบาล --> ไรเดอร์ประถม ---> ไรเดอร์วัยกลางคน เป็นเซ็ทการเจริญเติบโตของไรเดอร์ หุหุหุ
แต่มันหมดไปแล้ว... T-T โศกเว้ยโศก... ความฝันพังทลาย...
อ้อ ชั้น 6 ( ? ) จะเป็นแหล่งกาจาปองกับร้านขายของกันดั้ม เห็นว่ามีคนหมดเงินไปกับแถวนั้นเยอะเหมือนกัน เราเองหยอดคอลเลคชั่นเข็มกลัด ( Pin Collection ) ในห้องไรเดอร์ไปแล้ว จะบอกว่ายามในนั้นมีภรรยาเป็นคนไทยด้วย ใจดีมาก >_< อุตส่าห์ออกไปแลกเงินให้เราด้วยล่ะ ( เอามาหยอดเข็มกลัดนี่แหละ ) ขอบคุณมากค่ะ ~~ อ้อ หยอดได้เข็มกลัดของริวคิมา หลังจากนั้นเราก็เอาติดปกเสื้อแจ็คเก็ตตลอดทัวร์เลยด้วย หุหุ บ้าเห่อว่ะ
โปรแกรมทัวร์วันนี้ ก็จบลงเท่านี้ล่ะจ้า กินข้าวเย็นแล้วก็เวลาอิสระ ~~
( ลองไล่กลับขึ้นไปดู..... เขียนแค่วันเดียว.. ทำไมมันยาวงี้วะ ! ไม่ไหวแล้วนะ.. ยื้อโคตร...เขียนอีกวันแล้วพอละกันนะ เบื่อจะอ่านกันหรือยังน่ะ )
วันต่อไป เชื่อว่าเป็นวันที่เหล่าโอตาคุเฝ้ารอคอย และเป็นวันที่แต่ละคนหมดเงินไปมากที่สุด
วันตะลุยอากิฮาบาร่า ! ( 秋葉原 )
เราออกเดินทางกันราวๆ เก้าโมง ด้วยการขึ้นรถไฟไป ในตอนนี้แต่ละคนก็เผชิญกับสภาพปลากระป๋องของรถไฟญี่ปุ่นกันจนอ่วมใจ แต่เราก็มาถึงอากิฯ กันโดยรวดเร็ว มีการแวะไปที่ศาลเจ้าคันดะเมียวจิน( 神田明神) เปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ไหว้พระ...
... ซะที่ไหนล่ะ นี่มันทัวร์โอตาคุ ก็เลยมีการเคาะกระจกเรียกร้องขอให้มิโกะออกมาถ่ายรูปซะงั้นน่ะ เหอๆๆ บรรยากาศแอบเหมือนงานคอสเพลย์เล็กน้อย เห็นว่าซื้อพวกเครื่องรางกับเสี่ยงทายไปกันคนละหลายเหมือนกันนิ
คุณคอนโดะกับคุณอิโดพาคณะทัวร์เดินวนรอบอากิฯ พร้อมทั้งแนะนำร้านต่างๆ แบบคร่าวๆ พอได้เวลาราวๆ สิบโมงครึ่ง ก็.. กระจายตัว ! กลับมาเจอกันอีกทีตอนเที่ยงเวลาทานข้าวจ้า
ช่วงนี้แต่ละคนดูจะเตลิดกันแบบสุดๆ แต่เราไม่ค่อยได้ไปไหนไกลหรอก พึงสังวรณ์ว่าเขาจ้างมาทำงาน งาน.. งาน.. งาน.. เจ้านายย้ำไว้ว่ายูพึงมาก่อนคนอื่น และออกทีหลัง T-T ก็จริงอยู่... ขืนเตลิดไปก่อนคนอื่นแถมยังกลับทีหลังเขาจะจ้างมาทำไม ( วะ ) ก็เลยวนๆ อยู่แถวนั้นแหละ เที่ยงนั้นเป็นข้าวกับหมูทอดกระเทียมพริกไทย ( เหมือนจริงๆ นะ ) แต่ซุปมิโสะร้านนี้อร่อยแฮะ ใส่หอยลายด้วย
กินเสร็จ ทุกคนก็แตกกระจายกันไปคนละทางสองทางอีกรอบ ( สังเกตว่าแต่ละคนจะกินแบบทำเวลาสุดๆ ) อากิฮาบาร่าช่างกว้างขวางยิ่งนัก จิตใจ ( และกระเป๋าเงิน ) ของโอตาคุจะทนทานได้ไฉน
แต่จะบอกว่าเราไม่ได้อยู่ที่อากิฯ หรอก เรานั่งรถไฟไปอีกสถานี ติดกับสถานีอุเอโนะ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ตึกม่วง !
ตึกม่วงนี่ออกจะเป็นที่โด่งดังในหมู่คนไทยขาช้อป ( ที่ไม่ใช่โอตาคุ ) อยู่มาก มันก็คือตึกที่มีเกือบทุกอย่างให้เลือกสรรในราคาลด 20-25 % จะว่าไปก็คล้ายๆ เจ๊เล้งของเมืองไทยล่ะมั้ง เป้าหมายของเราอยู่ที่..
ฟุริคาเคะ !
ไม่แน่ใจว่ารู้จักกันหรือเปล่า มันก็คือผงโรยข้าวชนิดหนึ่ง รสที่อร่อยสุดๆ ( ในความคิดส่วนตัว ) คือรสไคริน มีส่วนประกอบของสาหร่าย งาขาว ปลาคัตสึโอะแห้ง และฯลฯ ปรุงรสด้วยมิรินกับโชยุ โรยข้าวร้อนๆ กินเปล่าๆ หรือจะกินกับไข่ดาว ไข่ต้ม ไข่เจียว ( ทำเป็นอยู่แค่นี้.. ) ก็อร่อยสุดๆ สมัยเรียนอยู่ที่โน่นเรากินบ่อยๆ ( จนนี่หว่า.. ) เป็นรสชาติที่โหยหา..
แล้วก็เจอด้วย ! ขวดละ 178 เยนถูกชมัด ~ ( ที่สมิธไม่มีขายนะ ) เราเลยซื้อกลับมาตุนครึ่งโหล.. 6 ขวด.. หนักเป็นบ้าเป็นหลัง ตอนแรกกะว่าจะไปเดินเล่นแถวอาเมะโยโคะ ( ตรอกอาเมะ อยู่แถวสถานีไฟอุเอโนะ เป็นที่ขายของทั่วไป ) เลยเป็นอันล้มเลิก นั่งรถไฟกลับมาอากิ ฯ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ถูก เพราะหลังจากนั้นฝนก็ตกเหมือนฟ้ารั่ว
แวะร้าน Animate อีกแป๊บ ดันได้ดิคฯ มาสี่เล่ม.. ( ไว้จะพูดถึงมันทีหลัง ) หนักโคตรอภิมหา.. เลยหาร้านกาแฟนั่งแปลเอกสารนำเที่ยวของ Gonzo รอเวลาไป
พอถึงเวลานัดสี่โมงครึ่ง โอมายก็อด.. อุแม่เจ้า.. สภาพแต่ละคนเหมือนแบกบ้านกลับมาด้วย อยู่ในสภาพที่ไม่มีใครช่วยใครได้ เต็มไม้เต็มมือกันทั้งนั้น เล่นเอารถแท็กซี่ที่เรียกมาขนของกลับที่พักไปก่อนจุเกือบไม่พอน่ะ...
จากนั้นพวกเราก็นั่งรถไฟไปคาราโอเกะการ์ตูนแล้วก็กินข้าวที่ร้านอาหารไทย ส่วนนี้จะขอข้ามๆ ไปมั่งละกัน เพราะคาราโอเกะเราก็ไม่ได้เข้า โดนระเห็จออกมานั่งข้างนอกกับเจ้านาย ในกรณีเผื่อใครมีปัญหาอะไร แต่ก็โอเคแหละ ไม่ค่อยถนัดคาราโอเกะเท่าไหร่
ถึงตอนนี้ บางส่วนก็แยกย้ายกันกลับเรียวคัง บางส่วนก็ไปร้านกาแฟการ์ตูน ที่นี่มีอินเตอร์เน็ทให้เล่นด้วย ถ้าจำไม่ผิดราคาจะตกอยู่ที่ชม.ละ 400 เยน เครื่องดื่มฟรีทุกอย่าง มีปัญญาดื่มเท่าไหร่ก็เชิญฮ่ะ การ์ตูนก็เยอะมาก... แต่เหม็นบุหรี่เอาเรื่อง ขนาดมีที่นั่งสูบกับไม่สูบแยกกันแล้วนะ ส่วนขากลับนี่เหล่าลูกทัวร์ไปจุกตัวกันอยู่ที่ร้านเค้ก เหอๆๆ ได้ยินคำร่ำลือมาว่าอร่อยมาก สมเป็นเค้กญี่ปุ่น
และแล้ว... ก็จบไปอีกหนึ่งวัน
และแล้ว... ก็ขอจบบันทึก ( ไม่เรียกรีพอร์ทแล้ว ) ลงเพียงเท่านี้ก่อน... ด้วยความที่มันยาวเหลือเกิน จนคนเขียนชักจะอ่อนใจขึ้นมาครันๆ คนอ่านว่าไงฮับ ? ขอเสียงหน่อย ส่วนที่เหลือนี่อยากอ่านแบบละเอียดๆ หรือเอาสั้นๆ เน้นเนื้อดี ห้ามบอกว่าไม่อยากอ่านแล้วนะ มันทำร้ายจิตใจกันเกินไป =w="
ปล. ส่วนที่ยังเหลืออยู่ Gibli Musuem, Gonzo, รร.สอนอนิเมชั่น โยโยงิ ติดตามได้... หวังว่าคงจะเป็นเร็วๆ นี้..
ว่าแล้วตรูต้องอ่านผิด 555 ขออนุญาตแก้ไขเลยนะค้าบ
ชอบมาจิเรด