และแล้ว... ก็กลับมาแล้วกับรีพอร์ททัวร์ Unseen in Japan.. ซะที่ไหนล่ะ เก่าเก็บขนาดนี้น่าจะเรียกพงศาวดารได้แล้วมั้ง -_-"
ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษทุกท่านที่ยังให้ความกรุณาติดตามกันอยู่ ( ...เจอทวงสามรายซ้อนในวันเดียว เลยเริ่มสำนึกได้...) เนื่องด้วยการงานในระยะที่ผ่านมามันรัดตัวซะจนกระดิกหางไปทางไหนไม่ได้ ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ คนที่ขอภาพคอสเพลย์ไว้ก็เช่นกัน thai.to มันล่มน่ะ รอมันกลับมาแล้วจะหาทางอัพให้เน้อ T-T
จริงๆ แล้วมีเรื่องอยากเม้าท์มากมาย อาทิเช่น เราไปซื้อหมัดเทพเจ้าดาวเหนือครบชุดมา โตะโฮะๆ เรย์ วิหคน้ำดาวใต้เท่ห์สุดๆ ~ และเมื่อวานคอมพ์เจ๊ง..ด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้ แต่มันก็กลับมาแล้วล่ะนะ เลยทิ้งงานทิ้งการมานั่งอัพ blog ดีกว่า ไหนๆ ก็โทรไปเลื่อนทุกเจ้าไว้แล้ว ขออู้อีกคืนนึง คืนเดียวเอง น่านะ T-T....

อารัมภบทกันไปพอแล้ว ก็กลับมาอีกครั้งกับตอนจบ ( ซักที.. ) ของรีพอร์ททัวร์ Unseen in Japan
เห็นคราวที่แล้วบอกอยากอ่านยาวๆ กัน ได้ ได้ ย่อมได้ กล้าปรารถนาก็กล้าสนอง รีเควสท์มาแล้วอ่านกันด้วยล่ะเออ - -+
ต่อกันกับเช้าวันพุธที่ 13 ( ของเดือนที่แล้ว... ) รายการแรกของวันนั้นก็คือ Ghibli Musuem !(ジブリ美術館見学 ) ที่นี่ตั้งอยู่ในโตเกียว ติดกับสวนสาธารณะอิโนคาชิระ
พวกเราไปถึงกันตั้งแต่ 9 โมงครึ่ง ก่อนมิวเซียมจะเปิดซะอีก แต่ที่นั่นก็มีพวกเด็กๆ ม.ต้นที่มาทัศนศึกษากับโรงเรียนรออยู่เพียบแล้ว เห็นแล้วรู้สึกดีจัง ที่ญี่ปุ่นมีหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์เต็มไปหมด จะพาเด็กไปเที่ยวหาความรู้ที่ไหนก็ง่าย เหลียวมองกลับมาเมืองไทย.. ไปท้องฟ้าจำลองกันครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หึ.. ว่าแต่เด็กสมัยนี้รู้หรือเปล่าหว่าว่าที่ท้องฟ้าจำลอง... มีพิธิภัณฑ์วิทยาศาสตร์อยู่ด้วยเนี่ย..
เรื่องนั้นช่างมันเถอะ กลับเข้าเรื่อง ก่อนเวลาสิบโมงก็มีการเข้าแถวเตรียมตั๋วกันอย่างเรียบร้อย และแล้ว.. ในตอนนั้นก็เกิดเหตุการณ์ระทึกใจ ลูกทัวร์ลืมตั๋วไว้บนรถสองคน !? =[]=" จะวิ่งไปเอาก็ไม่ได้ เพราะรถหนีไปจอดไกลมาก เจ้านายชาวญี่ปุ่นเลยต้องไปเจรจากับสตาฟฟ์ ขอซื้อตั๋ว ณ ที่นั้น แต่ทางสตาฟฟ์ก็ยืนยันหนักแน่นว่าต้องวิ่งไปซื้อตั๋วเองที่ร้าน Lawson ที่อยู่ใกล้ๆ ตรงนั้น และถ้าตั๋วเข้าในวันนั้นถูกจองหมดแล้ว ก็ช่วยไม่ได้.. โอ้ว...
เลยได้มีอันยกขบวนวิ่งไปซื้อตั๋วแบบกะทันหัน นับว่าโชคดีที่ยังมีตั๋วว่างอยู่ เฮ่อ... อ้อ ที่ร้าน Lawson สาขานี้จะมีสินค้าของโตโตโระ ที่ไม่มีอยู่ในมิวเซียมขายอยู่ด้วยเน่อ เราได้นี่ติดมาด้วยล่ะ

น่ารักมั้ย หุหุ ปฎิธินโตโตโระ
ทุกวันนี้ก็ยังใช้มันอยู่นะ ตื่นมาได้พลิกลูกเต๋าดูวันที่ทุกวันก็รู้สึกดีเหมือนกัน ถึงมันจะไม่เหมาะกับห้องรกๆ ของเราเลยก็เหอะ
ส่วนใน Ghibli Musuem นั้นทำได้ดีมากๆ ทั้งแสงสีและการตกแต่งภายใน ( และห้ามถ่ายรูป ) ที่ทำเป็นกึ่งๆ เขาวงกต มีรายละเอียดต่างๆ ของอนิเมชั่นแต่ละเรื่อง จำลองห้องทำงานของผู้กำกับมิยาซากิ ฮายาโอะ ภาพร่างของอนิเมเรื่องต่างๆ แล้วก็มีห้องของ Dreamwork ด้วย ดูเหมือนสองสตูดิโอนี้จะเชื่อมๆ กันอยู่นิ มีข้อความที่สตาฟฟ์ของ Dreamwork เขียนขอบคุณอาจารย์มิยาซากิด้วย
ส่วนร้านขายของที่ระลึกคนแน่นมาก...มาก... ของน่ารักน่าซื้อ ล่อเงินออกจากกระเป๋าทั้งน้าน เราได้แต่โปสการ์ดที่เอามาต่อเป็นภาพสามมิติได้เป็นของฝากคนอื่น อ้อ ด้านในมีร้านกาแฟอยู่ด้วย เราไม่ได้เข้าไป แต่คนที่เข้าไปกินมาบอกว่าราคาแพงกว่าปกตินิดหน่อย
สรุปสั้นๆ ขนาดไม่ใช่แฟนตัวยงของสตูดิโอนี้ ยังเดินซะเพลิน ถ้าคนที่ชอบงานของอาจารย์ล่ะก็ ไปเถอะ รับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ
หลังจากนั้นเราก็แวะพักทานข้าวกลางวัน ร้านนี้เจ้านายคุยไว้ว่า อาหารวันนี้เป็นแบบญี่ปุ่นที่ไม่มีขายใน Zen หรือ ฟูจิ ที่เมืองไทย มันก็คือเนื้อปลาสดสับโปะข้าว จำไม่ได้เหมือนกันว่าเรียกว่าอะไร... แต่เราว่ามันไม่อร่อย..... ขนาดชอบกินปลาดิบแล้วนะ แต่ปลาดิบสับเละๆ แบบนี้ไม่ไหวจริงๆ แฮะ แต่บางคนก็บอกว่าอร่อย จับปลาดิบคลุกๆ ข้าวราดโชยุเข้าไป กินแกล้มวาซาบิกับซุปมิโซะแล้วอร่อยดี มั้ง......
จากนั้น ช่วงบ่าย เราก็มาถึง Studio Gonzo ( アニメスタジオGONZO )[ http://www.gonzo.co.jp ] โอ้ว ~~ ถึงคราล่ามออกโรงอีกแล้ว
ที่นี่คุณ Fukase Shintaro ผู้ทำหน้าที่ Studio Production Manager เป็นคนออกมาต้อนรับพวกเราด้วยตัวเอง ( คุณฟุคาเซะคนนี้ จบอักษรศาสตร์จากโทไดด้วยนะ ) แต่ก่อนหน้านี้ ทาง Gonzo ก็ได้แจกรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับทางสตูดิโอมาให้แล้ว และก็ได้แจกแบบสอบถามเกี่ยวกับการรับชมอนิเมมาให้ทุกคนในทัวร์ทำด้วย ดูท่าทาง Gonzo จะสนใจตลาดนอกเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ
ในเอกสารของ Gonzo.. ขอออกตัวก่อนว่าเราจะเขียนจากความทรงจำเน่อ ถึงเราจะแปลเองแต่ตอนนี้เอกสารนั่นเราให้คนอื่นที่ทำหายไปแล้ว เราว่าส่วนที่น่าสนใจก็คือส่วนที่เป็นฝ่ายวางแผน คือสำรวจตลาด มองหาคอมิค นวนิยายหรือโครงเรื่องที่น่าจะนำมาทำเป็นอนิเมชั่น พร้อมกำหนดว่าจะทำกี่ตอน นอกนั้นก็มีฝ่ายอื่นๆ อย่าง ฝ่าย CG ผู้กำกับภาพ ฝ่ายเสียง บลาๆ
คุณฟุคาเซะเริ่มการแนะนำ Gonzo ด้วยการฉายพรีวิวอนิเมเรื่องต่างๆ ทั้งเรื่องที่ผ่านมาและเรื่องในอนาคตอย่างเรื่อง Sprit ที่กำลังจะเป็นภาพยนต์ในปีหน้า ( อีกนานจัง.. ) และเรื่องที่กำลังฉายอยู่ในตอนนี้อย่าง Speed Grapher ( อันนี้เปิดเรื่องมาถึงใจดีเนอะ... สมแล้วที่ได้ฉายตีสองกว่าๆ.. ) และ Basilisk
คุณฟุคาเซะได้กล่าวถึงการทำงานของ Gonzo ว่าที่สตูดิโอนี้ จะไม่มีคนที่วาดภาพอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เพราะด้านภาพนั้นจะจัดการจ้างจาก Freelance ทั้งหมด ส่วนทางบริษัทเป็นคนจัดการด้าน CG กำกับภาพและอื่นๆ ตอนนี้มีคนถามขึ้นมาด้วยว่า ที่โคดันฉะยังมีนักเขียนการ์ตูนวิ่งหนีบก.เลย แล้วอนิเมเตอร์มีวิ่งหนีมั่งมั้ย ? คุณฟุคาเซะก็ตอบว่า มี จนเป็นธรรมดา ( ฮ่วย !? ) ดังนั้นหน้าที่ของพวกเราก็คือการดูแลไม่ให้พวกเขาหนีและคอยทำงานดีๆ ออกมานั่นแหละ ( นึกภาพล่ามโซ่เอาแส้โบยเลยแฮะ.. )
ส่วนทาง Gonzo นั้นรับทั้งการนำงานคนอื่นมาทำ ในที่นี้หมายถึง โปรเจคต์ของบ.อื่น ทาง Gonzo นำมาให้เป็นรูปเป็นร่าง และส่วนที่เป็นงานออริจินัลของ Gonzo เอง อย่าง Ragnarok ( ที่ทุกคนลงความเห็นว่ามันห่วย ) นั้นถือว่าเป็นโปรเจคต์คนอื่นที่ Gonzo รับมาเน่อ
หลังจากแนะนำตัวกันไปพอควรแล้ว คุณฟุคาเซะก็เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ถามคำถาม ที่เราพอจำได้ก็คือ ผลงานของสตูดิโอนั้น บางผลงานก็ขึ้นตรา Gonzo บางผลงานก็ไม่ขึ้น อันนี้มีสาเหตุมาจากอะไร ? ซึ่งคำตอบนั้นก็ชัดเจนมาก... นั่นก็คือ โปรเจคต์ไหน ใครเป็นคนจ่าย ก็ขึ้นตราคนนั้น โอ้ว.... โอเคค่ะ เคลียร์ค่ะ เคลียร์
จากนั้นทางสตาฟฟ์ของ Gonzo ก็เข้ามาถามคำถามพวกเรา ( สำรวจตลาดนั่นเอง ) อย่างเช่นว่า รู้จักผลงานของ Gonzo เรื่องอะไรบ้าง อยากดูอนิเมแนวไหน ที่ไปเที่ยวมาชอบที่ไหนที่สุด ทุกคนประสานเสียง "อากิบาฮาร่า !" คำตอบเป็นเอกฉันท์ชนิดล่ามไม่ต้องแปล เล่นเอาคนของ Gonzo หัวเราะก๊าก แต่ยังมีกะใจถามต่อว่าประทับใจอะไร ทุกคนก็ออกความเห็นต่างๆ เช่น มีการ์ตูนเกมติดเรทวางขายกันจะๆ ฯลฯ แถมยังบอกด้วยว่า ประทับใจที่เงินหายไปที่นี่เร็วมาก เล่นเอาสตาฟฟ์ขำก๊ากอีกรอบ...
อันนี้นอกเรื่องนิดนึง จริงๆ สตาฟฟ์ของ Gonzo แอบมากระซิบถามว่า ตอนถามว่าชอบเรื่องอะไร เห็นคนตอบว่า Samurai 7 เยอะแยะ ไม่ทราบว่ารู้จักหรือได้ดูกันจากไหน ก็เลยแอบกระซิบตอบไปว่า .....อินเตอร์เน็ท..... แค่นี้แหละ สตาฟฟ์ร้อง อ๋อ ~~~ ( เสียงยาวแบบกระจ่างแล้ว ) คงไม่ต้องแจกแจงแล้วมั้งว่ารู้จักจากโฮมเพจหรือบิททอเรนท์ เหอเหอ....
จากนั้นก็มีการพาทัวร์ในสตูดิโออีกนิดหน่อย นิดเดียวจริงๆ หันซ้ายหันขวา หมดซะแหล่ว...
ถึงตรงนี้เราเริ่มเกิดอาการมึน... ที่ Gonzo เปิดฮีตเตอร์ร้อนจริงๆ ร้อนจนต้องขอให้หรี่ มีแปลผิดด้วย.. เท้าก็โดนรองเท้ากัดซะจนจะเดินไม่ไหวแล้ว T-T คิดผิดจริงๆ ที่เอารองเท้าใหม่ๆ ใส่ไป การเดินทางเนี่ย เดินเหินคล่องแคล่วสำคัญที่สุดเลยนะ...
ว่าแล้ว เสร็จจาก Gonzo พวกเราก็มุ่งหน้ากลับที่พัก วันนี้กลับถึงเร็วนิดหน่อย เลยออกไปเตร่ที่สถานี Kamata ที่อยู่ใกล้ๆ กับพวกเด็กๆ สถานี้มีร้าน Animate กับพวกร้านร้อยเยนด้วย ในระหว่างที่ทุกคนเพลิดเพลินกันอยู่ในร้าน Animate เราก็ออกมาหาทาโกะยากิร้อนๆ กรอบนอกนุ่มใน ปลาหมึกชิ้นใหญ่ๆ ราดซอสเข้มข้มกิน อ๊า ~ มีความสุข ~
อาหารเย็นวันนี้เราไปกินกันที่ร้านอาหารจีน เป็นชุดราเม็งกับข้าวราดมาโบโทฟุ ( เต้าหู้เสฉวน ) ชามเบ่อเริ่ม เริ่มกินไม่หมด มันเหนื่อยด้วยแหละ จากนี้ยังต้องไปต่อกันที่โตเกียวทาวเวอร์ ( ทัวร์เฉพาะผู้สมัครใจไป ) ซึ่งต้องนั่งรถไฟไปกันหลายต่อ กว่าจะไปถึงก็สองทุ่มกว่าแล้ว ที่ด้านหน้ามีอนุสาวรีย์สุนัขทั้ง 15 ตัว ที่เสียชีวิตที่ขั้วโลกใต้ ( มีรอดมาได้ 2 ตัวคือจิโร่กับทาโร่ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของวันแห่งความหวัง ความรัก และความกล้าหาญของญี่ปุ่น อ้างอิงจาก blog เก่าเรื่องวันสำคัญประหลาดๆ ของญี่ปุ่นเน่อ )
.... ว่าแต่ .... ถ้ามีตังค์จะเอามาสร้างอนุสาวรีย์ได้ ก็ส่งเฮลิคอปเตอร์บินกลับไปรับพวกมันสิฟะ... - -"
ที่โตเกียวทาวเวอร์นี่จะแบ่งเป็นสองชั้นนะ ชั้นกลางค่าเข้าอยู่ที่ 800 เยน แนะนำให้มาตอนกลางคืนจริงๆ เพราะตอนมาญี่ปุ่นครั้งก่อน เราขึ้นมากับเพื่อนตอนกลางวัน เห็นสภาพความโทรมถนัดตา กระจกฝุ่นเกาะแถมมีรอยร้าว แถมตอนกลางวันวิวก็ไม่สวยเท่าไหร่.. เล่นเอาผิดหวังไปพะเรอเกวียน แต่กลับมาดูคราวนี้ รู้สึกว่าจะดีขึ้นมาก เห็นว่าเพิ่งจะปรับปรุงไป ใหม่เอี่ยมเชียว แถมวิวตอนกลางคืนก็สวยมากด้วย เหมาะแก่การมาดูกับคนรู้ใจ ( หมอดูเรอะ ) อย่างยิ่ง
และ... ณ ที่นี้ก็เกิดแอคซิเดนต์ขึ้นอีก ( จนได้.. ) เมื่อลูกทัวร์คนหนึ่งเอาหัวไปโขกกับกล้องที่ใช้ส่องดูทิวทัศน์เข้าเต็มๆ ช้ำเลย =[]=" เล่นเอาต้องขอน้ำแข็งจากเจ้าหน้าที่มาประคบกันให้วุ่นวายนิดหน่อย
อ้อ ที่โตเกียวทาวเวอร์นี่ถ้าจะขึ้นไปชั้นสูงสุด ต้องจ่ายอีก 600 เยนน่อ มีคนขึ้นไป 3 คน เห็นว่าสูงจากชั้นกลางไปอีกเท่าตัวได้มั้ง ดูจากภาพแล้วสูงโคตรๆ บรึ๋ย..
ที่นี่เราได้มีโอกาสคุยกับคุณอิโด สตาฟฟ์ชาวญี่ปุ่นของทัวร์นี้นิดหน่อย คือเฮียอิโด.. ไม่สิ ศักดิ์เป็นน้องสิ เพิ่งจะอายุ 22 เอง หน้ายังอ่อนใสอยู่เลย.. ( มีเด็กบอกว่าคุณอิโดคนนี้ หน้าเหมือนคนเสพฯ สตาฟฟ์ชาวไทยที่ไปด้วยมากๆ แต่เป็นในเวอร์ชั่นผู้ดี... เป็นไง ลองจินตนาการดูเอาเองนะ )
คือจะบอกว่า พอไปถึงโตเกียวทาวเวอร์ คนเริ่มกระจายกันเดินเราก็ไปฟุบอยู่ที่โคนเสาแล้ว ฟุบจริงๆ เพราะมึนมาหลายอย่าง.. ไข้ขึ้น รองเท้ากัด ปวดท้องผู้หญิง บลาๆๆ แบบว่าหมดสภาพ... คุณอิโดก็แสนดี อุตส่าห์มานั่งยองๆ เป็นเพื่อน สะกิดๆ ถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า โอ้ว ความห่วงใยอันอบอุ่นในดินแดนที่หนาวเหน็บ T-T
เลยได้มีโอกาสคุยกันนิดหน่อย คุณอิโดแกขยันมากเลยแฮะ เห็นว่านอกจากทำงานอยู่ที่บ. Negi นี่แล้ว ยังรับจ๊อบเป็นผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนด้วย แล้วเห็นว่าในเดือนตุลานี้มีโปรเจคต์จะออกเกม H กับเพื่อนฝูง เอาเป็นว่า... ใครอายุถึงก็ลองอุดหนุนดูละกันเน่อ...
ว่าแล้ววันนั้นกว่าจะกลับถึงเรียวกังก็สี่ทุ่มกว่าๆ สลบคาที่นอน z...Z...Z...

ในวันรุ่งขึ้น ก็เป็นทัวร์ไปโรงเรียนสอนอนิเมชั่นโยโยงิจ้า !( 代々木アニメーション学院 )[ http://www.yag.ac.jp/ ]
วันนี้เป็นทัวร์แบบสมัครใจเน่อ มีบางส่วนกระจายกำลังกันไปที่อื่นเหมือนกัน แต่ส่วนมากก็ไปด้วยกันนี่แหละนะ
โรงเรียนสอนอนิเมชั่นโยโยงินี่มีหลายแผนกมาก ทั้งคอมิค อนิเมชั่น ที่แยกย่อยออกไปเป็นฝ่ายผู้กำกับภาพ ดิจิตอลเพนท์ กำกับเสียง CG อีก ฯลฯ สรุปก็คือมีตึกกระจายอยู่หลายแห่งในโยโยงิ แล้วยังมีสาขาอยู่ที่โยโกฮาม่า โอซาก้า ซัปโปโร ฯลฯ ด้วย ส่วนที่พวกเราไปดูกันวันนั้นคือส่วนของอนิเมชั่น
น่าเสียดายที่พวกเราไปดูกันตอนยังไม่เปิดเรียน เห็นว่าเพิ่งปฐมนิเทศไปได้สองวันเอง บรรยากาศก็เลยยังสงบเรียบร้อยอยู่ คนที่ออกมาแนะนำโรงเรียนให้พวกเราก็คือคุณ Takahashi Hiroshi หัวหน้าฝ่ายดูแลและที่ปรึกษาด้านการเรียน ที่โยโยงินี่มีแจกของมากมากเลยล่ะ
อย่างที่เห็น มีรวมคอมิคของนร.ที่ออกเดบิวได้แล้ว DVD และเอกสารแนะนำโรงเรียน แถมมีสายห้อยโทรศัพท์มาสค็อตของโรงเรียน Gambaru Monkey ! ( ลิงพยายาม ) มาให้ด้วยล่ะ น่ารักมากๆ ส่วนแผ่นลูแปงนั่นได้จากมืออาจารย์วาดะ ผอ.โรงเรียน ผู้ดีไซน์แคแรคเตอร์ของลูแปง แถมยังเซ็นต์ให้ด้วย ประทับใจสุดๆ T-T เดี๋ยวจะเล่าถึงอาจารย์ละเอียดๆ ทีหลังเน่อ อ้อ ทั้งหมด ( ยกเว้นลูแปงนะเหวย ) นี่เรายกให้เอื้อยเป็นของฝากน้า อยู่กับเรามันก็เหมือนไก่ได้พลอยจริงๆ เอื้อยจะได้มีข้อมูลเตรียมไปเรียนไง นะนะ แล้วก็ขอโทษที่ไม่ได้ซื้อของดีๆ มาฝากนะ T-T"
อีกนิดนึง ประทับใจสโลแกนโรงเรียนนี้แฮะ "Mirai wo Tsukuri" - "สร้างอนาคต" สั้นๆ แต่กินใจความมากมาย
เริ่มแรกก็มีอาจารย์มาสอนเรื่องการวาด animation คือ เราจำชื่ออาจารย์ไม่ได้ แต่ถ้าจำไม่ผิด อาจารย์จะเป็นคนกำกับเรื่อง Sailor Moon ฉบับอนิเมนะ
เนื้อหาหลักๆ ที่อาจารย์พูด ( และพอจำได้.. ) ก็คือ อนิเมเตอร์นั้น แตกต่างจากนักวาดการ์ตูน ตรงที่ต้องวาดแคแรคเตอร์ให้ได้ทุกแบบหรือทุกลายเส้น อนิเมเตอร์ที่ขึ้นแท่นแล้ว จะได้วาดช็อตที่สำคัญอย่างที่เรียกว่า คีย์พิคเจอร์ ( หรือเปล่า..? ) ส่วนอนิเมเตอร์ทั่วไปก็รับหน้าที่วาดแผ่นที่เรียกว่า in between คือช็อตที่อยู่ระหว่างนั้น ภาพที่อาจารย์ยกตัวอย่างมาก็คือ ตอนที่เอ็ดจังสบัดหน้า ภาพที่เป็นคีย์ก็คือ ช็อตหน้าตรง และหน้าเอียงสุดท้าย ( ก็คือภาพแรกและภาพสุดท้ายนั่นแหละ ) ซึ่งจะมีการวาดคีย์พิคเจอร์ก่อน แล้วค่อยวาด in between ทีหลัง
จากนั้นเราก็ลงไปดูแผนก digital paint หรือการลงสีในคอมพ์ การวาดแบคกราวด์ อันนี้อาจารย์คนวาดละเลงสีสดๆ ให้ดูต่อหน้าเลย เห็นจิ้มๆ วาดๆ แป๊บเดียวออกมาได้แล้ว งามสุดๆ =[]=" ฝีมือระดับเทพมาก แต่อาจารย์บอกว่า มีประสบการณ์มา 20 กว่าปีแล้วเน่อ..
แผนกสุดท้ายที่เราไปดูกันก็คือแผนก Director ซึ่งเป็นแผนกที่ไม่ต้องวาด ไม่ต้องลงสีใดๆ ทั้งสิ้น แต่จะใช้วัตถุดิบจากที่สามแผนกข้างต้นสร้างขึ้นมาประกอบเข้าด้วยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว ที่เราไปดูมีการฉายผลงานของนักเรียนรุ่นเก่าๆ ด้วย เห็นว่ามีการสอบโดยใช้วัตถุดิบ แคแรคเตอร์ที่ทางโรงเรียนสร้างขึ้น แล้วแต่ละคนก็นำไปกำกับกันเอง ฟังดูสร้างสรรค์ดีจริงๆ เลยแฮะ
จากนั้นพอวนครบทุกแผนก เราก็กลับมาที่ห้องเดิม เพื่อพบกับผอ.โรงเรียน อ.วาดะ ทาเคชิ !
ประวัติของอาจารย์น่าทึ่งมากๆ ถ้าเราฟังและจำไม่ผิด อ.ออกผลงานเดบิวครั้งแรกก็คือเรื่อง Lupin II ตั้งแต่อายุ 17 จากนั้นก็ผ่านผลงานต่างๆ มามาก เช่นคอบร้า หมัดดาวเหนือ ฯลฯ จากนั้นก็บินไปอเมริกาเพื่อศึกษาเรื่อง Special Effect Make Up ที่ฮอลีวู้ด จากนั้นก็กลับมาญี่ปุ่นเพื่อกำกับเรื่อง The Ring และ Razen ( เดอะริงภาค 2 )
ประทับใจอาจารย์วาดะมากๆ ตอนอยู่ใกล้ๆ ( ก็อยู่หน้าชั้นกันสองคน เป็นล่ามหนิ.... ) รู้สึกว่าอาจารย์เป็นคนมีพาวเวอร์สุดๆ อาการมึนๆ ที่ร่อแร่ๆ มาแต่เช้าหายเป็นปลิดทิ้งเลย แบบนี้สิ ครีเอเตอร์ตัวจริง >_</
อาจารย์ลงมาสอนเรื่องเทคนิคการวาดให้พวกเรา แล้วก็คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้... ย้ำอีกรอบ ประทับใจอาจารย์มากกกกกกกกก แบบว่าไม่ถือตัวและเป็นกันเองสุดๆ อาจารย์ไม่เหมือนคนญี่ปุ่นเลยอ่า ตอนที่อาจารย์ลงฝีมือวาดลูแปงกับเคนชิโร่นี่เฮฮากันมาก แต่ก่อนที่จะมีใครถ่ายไว้ทัน อาจารย์ก็คว้าแปรงลบกระดานมาลบวูบ......... กรี๊ด ~~~
หลังจากกล่าว "Otsukaresama" อำลาท่านอาจารย์ทั้งหลายแล้ว ก็เป็นเวลาอิสระ ! กระจายตัว ใครใคร่ไปไหนไปเลยน้องๆ เอ๋ย กลับมาให้ทันเวลารถบัสไปสนามบินออกตอนหกโมงเช้าพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่เพื่อความไม่ประมาท วันนั้นเราเลยพกมือถือของเจ้านายไว้ เผื่อใครหลงจะได้โทรมาถามทาง และคอยรับโทรศัพท์จากบรรดาผู้ปกครองที่โทรมาถามข่าวคราวลูกๆ ด้วย
เราอยู่ส่งเด็กๆ ที่สถานีจนครบแล้วค่อยเอ้อระเหยไปฮาราจูกุ รู้สึกน้อยคนจะแวะมาที่นี่แฮะ ส่วนมากไปจะไปชินจูกุ อากิฮาบาร่ากันเลยมั้ง แต่เรามาเพราะอยากแวะ Book Off สาขานี้ แล้วก็...
เครป !!!
ฮาราจูกุเนี่ยมีถนนที่ชื่อได้เป็นถนนเครปเลย มีร้านเครปอร่อยๆ มาตั้งอยู่เพียบ เรากินแบบ 450 เยน เป็นเครปใส่สตอเบอร์รี่ ชีสเค้ก คัสตาร์ดซอส ไอศครีมแล้วก็ครีมสด ~~~ อันเบ่อเริ่ม เดินไปกินไป อร่อยสุดๆ >_<b แป้งเครปนุ่มนิ่มเนียนไปกับครีมสดหอมละมุน คัสตาร์ดซอสหวานน้อยๆ รสหวานอมเปรี้ยวของสตอเบอร์รี่แล้วก็ความหวานมันหอมเนยจากชีสเค้ก... อ๊า ~~ ต่อมน้ำลายแตก ~~~ อยากกินเหลือเกิ๊น ~~~
อื้ม... นั่นแหละ ที่หน้าสถานีฮาราจูกุนี่มีร้าน Snoopy & Charlie Brown ด้วย แฟนสนูปปี้เข้าแล้วระวังเงินจะโดนสูบ นอกนั้นก็มีพวกแฟชั่นแรงๆ ประเภทโกธิคโลลิต้าหรือ J - Rock หรือหวานนุ่มตุ๋มติ๋มลูกไม้พร้อยก็มี ร้านขายเครื่องสำอางก็มาอยู่ที่นี่เยอะ ถ้ามีเวลามานั่งดูสาวๆ เป็นอาหารตาก็ไม่เลว
ว่าแล้วก็มาดูของที่เราได้จากร้าน Book Off กันดีกว่า
พราวด์ลี่พรีเซนต์มากๆ "Hoero Pen ! นักเขียนการ์ตูนพลังเพลิง !" อย่างที่เห็นจากหน้าปก... นี่เป็นเรื่องราวของนักเขียนการ์ตูนและเหล่าผู้ช่วยที่ต้องเดิมพันชีวิตในการเขียนต้นฉบับ.. เป็นการ์ตูนแอคชั่น... ย้ำ ! แอคชั่น ! มันสนุกมากๆ เลยล่ะจอร์จ ไม่งั้นไม่หอบกลับมาเต็มหนึ่งกระเป๋าเดินทางหรอก เดี๋ยวแสกนเนอร์หายดีแล้วจะหยิบมาแนะนำเต็มๆ มีค่ายไหนจะซื้อมาทำบ้างไหมเนี่ย...อยากแปล..อยากแปล...
พอเดินจาก Book Off เราก็แทบจะไม่ไหวแล้วล่ะ.. คอมิคสิบกว่าเล่มกับจิปาถะนานา รองเท้าก็กัดอยู่ได้ ( ว้อย ! ) แต่ยังมีกำหนดการต้องไปอิเคะบุคุโระต่อ เห็นว่าลูกทัวร์ไปเดินเจอกันที่นี่หลายคน ก็ว่างั้นแหละ.. ที่ๆ โอตาคุจะไปมันจะมีซักกี่ที่กั๊น คงไม่ไปเดินเที่ยวในสวนสัตว์อุเอโนะหรอกมั้ง
ที่ Ikebukuro นี่ก็เป็นที่น่าจะมาอีกแห่ง นอกจากจะมีตึก Sunshine 60 ที่ Clamp ชอบเอาไปเขียนถึง ( ที่นี่มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกับท้องฟ้าจำลองด้วยนะ ) ก็ยังมีแหล่งร้าน Animate, K - Book, และมันดาราเคะที่มีแต่โดจิน ( Y ) เหมาะสำหรับสาวๆ เป็นอย่างยิ่ง อ้อ ยังมีร้าน Tokyu Hands ที่ขายของแปลกๆ น่าแวะมาเดินด้วยนะ สินค้าจำพวกฟิกเกอร์ที่นี่ส่วนมากไม่ค่อยจะมีขายที่อื่นด้วยล่ะ
แถบนี้ลมแรงมาก น่าจะเป็นเพราะอยู่ระหว่างช่องตึก ล่ำๆ อย่างเราเดินๆ ไปยังถลาหัวซุนเหมือนถูกลมถีบ ใครตัวเล็กๆ ไปก็ระวังๆ กันด้วยเน่อ
ว่าแล้ว เรื่องยาวเล่าให้สั้น นี่คือของที่ได้มาจากร้านมันดาราเคะจ้า ~~
จากซ้ายมาเป็นโดจินเซย่า ภาพไม่ค่อยสวยหรอก แต่เราซื้อมาเพราะมันเป็นโดจินคู่ Normal Couple ญ-ช ( เปล่า H นะเฟ้ย ) ที่หาได้ยากเย็นยิ่งนัก เรื่องนี้พูดไปก็ไม่ค่อยมีใครเชื่อแต่ว่า.....
ตูไม่ได้ YYYYYYYYYYYYYYYY นะเฟร้ย ~~~~~~~~~~~~
ไม่เข้าใจ ทำไมเห็นผู้หญิงแล้วชอบเหมาว่าชอบ Y กันไปหมด - -" ที่พูดมานี่ไม่ได้แปลว่ารังเกียจ Y เน่อ แค่ไม่อยากถูกเหมารวมเท่านั้น
ถัดไปเป็นโดจินเดกะเรนเจอร์ ภาพน่ารักมากๆ เล่มนี้ >_< มีพี่คนนึงขอซีร็อกไว้แล้ว ใครจะเอาอีกก็บอกละกันนะ
ส่วนอีกสองเล่มถัดมาเป็นโดจินซามูไรทรูปเปอร์ ไม่ Y อีกน่ะแหละ เน้นฮาๆ ตลกๆ โดยเฉพาะเล่ม 3 เป็นโดจินที่เคยลงใน TV Magazine สมัยช่วงเล่มสิบกว่าๆ ด้วย วาดได้น่ารักมากๆ หนังสือก็สภาพดีสุดๆ แต่ว่า....
ลองพลิกไปดูวันจำหน่ายด้านหลัง....
1989 . 2 . 11
"............."
เหมือนตัวเลขมันบอกอะไรเป็นนัยๆ เนอะ อื้ม ช่างเถอะ...
จบตรงนี้แล้วเราก็ตรงกลับเรียวคังเลย ใจจริงอยากไปเตร่ที่โอไดบะมาก งือ.. สถานที่แห่งความทรงจำนะ... แต่มันไกลเหลือ นี่ก็แทบจะเดินกระเผลกแล้วด้วย เลยกลับดีกว่า รู้สึกจะกลับมาถึงเป็นคนแรกๆ เลยมั้ง
และแล้ว.. คืนสุดท้าย...
เราก็อำลาด้วยการกินเหล้าปิดท้าย Chu-hai มะนาว แอลกอฮอลล์ 7 % พร้อมปลาดิบ ปูอัด สปาเก็ตตี้แกล้ม ชนแก้วกันอยู่กับพี่ติ่งสองคน กินเหล้าไป ปรับทุกข์ไป คุยเรื่องความหลังไป... เหมือนพวกโอยาจิเลยแฮะ... กินหมดก็ยังเมาไม่ได้ ยังไม่ได้แพ็คของเลย ฮ่วย..

ตอนเช้าวันกลับ เจ้านายเดินไล่ทุบประตูห้องแต่ละห้องตั้งแต่ตีห้าครึ่งเลย = =" จริงๆ ก็ต้องแบบนี้แหละ เพราะรถบัสไปสนามบินออก 6 โมง เครื่องออก 8 โมงกว่าๆ ขืนใครตื่นสายก็พอดีไม่ต้องกลับกัน แต่ที่เหลือเชื่อเลยก็คือ น้ำหนักกระเป๋าแต่ละคนแทบไม่เกินเลยแฮะ สงสัยจะเข็ดเขี้ยวจากคำขู่ไว้เยอะ แต่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไปหนักแบคแพ็คแทนนะ..เราก็ด้วยแหละ..
จากนั้น พวกเราก็อำลาคุณคอนโดะกับคุณอิโดที่สนามบิน โอซึคาเระซามะค่ะ ต้องขอบคุณมากๆ สำหรับทุกอย่าง m( _ _)m
เรื่องยาวเล่าให้สั้น โดยสรุปก็คือ ลูกทัวร์ทุกคนกลับมาถึงสนามบินโดยปลอดภัยและกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ โอ้ว ดีใจเว้ย ไม่ทำลูกใครหายกลางทาง ~
ท้ายนี้... ขอขอบคุณคุณคอนโดะ แห่งบ. Negi Bose ผู้กรุณามาจ้างไปเป็นล่าม ( ถ้าไม่มีคุณคอนโดะ เราก็ไม่มีโอกาสได้มาเขียนรีพอร์ททัวร์ชัวร์ๆ ) และกรุณาอดทนทำความเข้าใจกับภาษาญี่ปุ่นห่วยๆ ของเราตลอด 7 วัน...
ขอขอบคุณสตาฟฟ์ทางสตูดิโอและสนพ.ทุกท่าน ได้เรียนรู้มากมายหลายอย่างจริงๆ ค่ะ
ขอขอบคุณลูกทัวร์ทุกคน ที่ทำให้การเดินทางครั้งนี้เป็นไปโดยราบรื่นและครื้นเครง น่ารักกันเกือบทุกคนทั้งพี่ๆ น้องๆ เลยจ้า มาทัวร์ครั้งนี้ได้สนิทกับน้องๆ หลานๆ เพิ่มขึ้นเยอะ พี่ดีใจมากเลยเน่อ ~
แล้วก็.. ขอขอบคุณคุณ คุณนั่นแหละ เออ ไม่ต้องหันซ้ายหันขวาหรอก คนอ่านนั่นแหละ ขอขอบคุณมากเลยเน่อ ที่ติดตามกันมาถึงตรงนี้ แล้วไว้พบกันใหม่ใน blog ต่อๆ ไปเน้อ (^^)/
edit @ 2005/05/17 23:59:52