2005/Aug/20

เค้าว่ากันว่าเวลายุ่งๆ เครียดๆ หรือบ้าๆ ไอเดียมันจะกระฉูด... ท่าจะจริงแฮะ...

อัพ blog ต่อมาด้วยความรวดเร็วปานกามนิตหนุ่ม คราวที่แล้วเกริ่นไว้ท้าย blog ว่าจะพูดถึงเรื่องวรรณกรรมลูกกวาด..

แฮ่ม.. ขอโทษนะ ต้องผิดสัญญาแล้วล่ะ = =" พอดีปิ๊งอะไรที่มันน่าเขียนกว่าน่ะ ก็เลยขอลัดคิวก่อน เดี๋ยวไอเดียมันจะเฟดซะก่อน นะ นะ นะ

วันนี้เรามาว่ากันด้วย Kamen Rider Faiz : การตีความเชิงสัญลักษณ์ ( Symbolic Interpreter )

เจอเราเปลี่ยนแนวมาเขียนแบบวิชาการ ตกใจกันล่ะซี่ 555 เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว ขอร้องล่ะ อย่าเพิ่งปิดหน้าต่างเลยนะ T-T อ่านผ่านๆ ก็ได้... ขอลองของหน่อยเหอะ ชอบเขียนจังเล้ยยยย เรื่องไรเดอร์เนี่ย เขียนมาแล้วก็ไม่มีคนอ่าน.. ไม่มีคนมีอารมณ์ร่วมด้วยเลย... ซิก..

เอาเถอะ ช่างมัน เข้าเรื่อง

ก่อนอื่นมาดูกันว่าการตีความเชิงสัญลักษณ์คืออะไร ?

ถ้าอธิบายแบบเรา ( ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ ) มันก็คือการเชื่อว่าอะไรต่างๆ ที่เราเห็นนั้นมีนัยยะสำคัญกว่าที่เห็นเพียงผิวเผิน ซึ่งต้องอาศัยความรู้อ้างอิงจากด้านอื่น เพื่อให้ตีความสิ่งนั้นๆ ได้

ตัวอย่างที่จะยกมาให้เห็นก็คือ ฉาก Openning ของ Kamen Rider Faiz นี่แหละ

( ปล. ตอนนี้ Faiz ออกฉายเวลา 8 โมงเช้าวันเสาร์อาทิตย์ ทางช่อง itv น้า ใครสนใจก็ตื่นมาดูกันได้ )

ภาพแรก : ใบหน้าของทาคุมิ ( พระเอก ) ที่เงามัว ดูเหมือนถูกอะไรบังอยู่

ภาพ 2 : แอปเปิลครึ่งผลที่หล่นลงในอุ้งมือทาคุมิ

ตรงนี้ก็ถึงจุดที่เริ่มการตีความได้แล้ว ว่าทำไมต้องเป็น "แอปเปิล" ไม่เป็นทุเรียนองุ่นมะละกอกล้วยส้มล่ะเออ

โดยส่วนตัว เราตีความด้วยการอ้างอิงจากไบเบิลว่า "แอปเปิล" คือผลไม้แห่งปัญญา ซึ่งเป็นผลไม้ต้องห้ามในสวนสวรรค์อีเดน เมื่ออาดัมและอีฟไปกัดกินผลไม้นั้นเข้าก็เกิดปัญญา และถูกขับไล่ออกจากอีเดน เชื่ออย่างมากว่าผู้กำกับเอาแนวคิดมาจากไบเบิลส่วนนี้แหละ เพราะภาคหนังก็ตั้งชื่อว่า "Paradise Lost" นิ

เดาเองว่าน่าจะตีความถูก เพราะฉากต่อมาก็เป็นแบบนี้

ภาพ 3 : ทาคุมิหลุดออกจาก "กรง" ที่มืดมัว ในมือถือแอปเปิล

ดังนั้น เมื่อพระเอกเลือกที่จะกัดกินแอปเปิล ก็หมายถึงเขาเกิดปัญญา ( Enlightment ) ที่จะสลัดตัวเองให้หลุดออกจากกรอบของความไม่รู้ ( Ignorance ) ได้

ภาพ 4 : เห็นกันชัดๆ ภาพกรงที่ถูกแหวก

ภาพ 5 : ภาพของมาริ ทาคุมิ และเคทาโร่ ผ่านกรอบรูปดวงตา

จุดที่สอง : ทำไมต้องผ่านกรอบรูปดวงตา ? ที่ดูแล้วเหมือนการจับจ้องมองของใครบางคน ที่สำคัญก็คือทั้ง 3 คนไม่ได้รู้สึกถึงสายตานั้นเลยแม้แต่น้อย เพราะกำลังวุ่นอยู่กับการคุยมือถือ ฯ

ตรงจุดนี้ เราฟันธงลงไปว่าดวงตาที่จับจ้องมองอยู่ ก็คือดวงตาของพระเจ้านั่นแหละ !

เพราะอะไรเดี๋ยวจะไปอธิบายต่อ แต่ให้สังเกตนิดนึงว่าสีดำที่ใช้เป็นฉากน่ะไม่ได้ให้ความรู้สึกที่ดีเลย แถมยังดูอึดอัดอีกด้วย

จุดที่สาม : เป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า ที่ในเรื่องนี้อาวุธของพระเอกก็มาจากมือถือ ฯ เหมือนกัน ? ( ถึงจะใช้ร่วมกับเข็มขัดก็เหอะ )

อันนี้เราเชื่อว่ามันไปตอกย้ำนัยยะที่ว่า "การต่อสู้กับพระเจ้าด้วยปัญญา" นั่นเพราะมือถือฯ และเข็มขัดที่พวกพระเอกใช้เป็นอาวุธ ก็คือผลิตภัณฑ์ของบริษัท "Smart Brain" ! แม้แต่ชื่อบริษัทยังซ่อนนัยสำคัญไว้เลยแฮะ...

ภาพ 6, 7 : คิบะ ไคโด และยูกะ ผ่านกรอบรูปดวงตาเหมือนกัน

เอาล่ะสิ กรอบรูปดวงตาเหมือนกัน แต่ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมา มีแต่พวกเขา 3 คน ที่เป็นออร์เฟนอกส์ เท่านั้นที่รับรู้ได้ แล้วยังหันมาสบตากับดวงตานั้นตรงๆ ด้วย

เรามองว่า ออร์เฟนอกส์นี่แหละ คือตัวแทน ( ? ) ที่พระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้น ( ตรงนี้อธิบายนิดสำหรับคนที่ยังไม่ได้ดู ออร์เฟนอกส์ก็คือมนุษย์ที่ตายไปหน แล้วคืนชีพกลับมาในฐานะสัตว์ประหลาดเน่อ ) อาจจะเพื่อกำจัดมนุษย์หรืออะไรก็ตามที่เพิกเฉยต่อเจตนาของพระองค์ ปฎิกริยาของสองกลุ่ม ( พวกทาคุมิ กลุ่มมนุษย์ : พวกคิบะ กลุ่มออร์เฟนอกส์ ) ที่มีต่อดวงตาเดียวกันนี่ถึงได้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

แล้วก็สังเกตเรื่องสีด้วยเน่อ ฉากหลังคราวนี้เป็นสีฟ้าสดใส คอนทราสต์กับสีดำคราวก่อนเลย

ภาพ 8 : ภาพของไฟส์ที่ดูเหมือนจะฟาดฟันกรอบอันมืดมัว ( ความไม่รู้ ) ให้ขาดเป็นชิ้นๆ

ภาพ 9 : ภาพฝูงผีเสื้อสีฟ้าที่เริงระบำออกจากมือสมาร์ทเลดี้

อันนี้ถ้าคิดไม่ผิด ผีเสื้อก็เปรียบถึงออร์เฟนอกส์นั่นแหละ เพราะขั้นตอนการเปลี่ยนจากมนุษย์ไปเป็นออร์เฟนอกส์ ก็เหมือนกับหนอนเปลี่ยนไปเป็นผีเสื้อ ( Metamorphosis ) นั่นก็คือ

มนุษย์ ( ตัวหนอน ) --- > ความตาย ( ดักแด้ ) ----> ออร์เฟนอกส์ ( ผีเสื้อ )

อีกจุดหนึ่งที่อยากให้สังเกต คือสีของผีเสื้อนะ สีฟ้าสดเหมือนสีฉากหลังตอนพวกคิบะโผล่มาไม่มีผิด

ภาพ 10 : ภาพผีเสื้อปีกขาด

เอามาให้ดูกันชัดๆ กับประเด็นเรื่องสี แฮ่ ~ ภาพนี้ก็คงตีความหมายเป็นอื่นไม่ได้นอกจากออร์เฟนอกส์ที่พ่ายแพ้ให้กับไฟส์จนต้องจบชีวิตลง ( ปีกขาด )

ภาพ 11 : มาริ ( นางเอก ) ที่อยู่ในวงล้อมของเส้นสายสีแดง เธอยื่นมือออกมาเหมือนจะร้องขอความช่วยเหลือ

จริงๆ ภาพนี้โผล่มาแต่แรกแล้ว แต่เราเอามาไว้ตรงนี้ เพราะอยากเปรียบเทียบกับสัญลักษณ์ของไฟส์ รูปนี้

ภาพ 12 : Faiz

สิ่งที่อยากให้สังเกตก็คือวงกลมสีแดง แล้วมีขีดพาดผ่ากลางเหมือนจะทำลายวงนั้น ซึ่งถ้าคนที่เคยดูมาก่อนจะเห็นว่าท่าไม้ตายพระเอกก็เป็นแบบนี้แหละ วาดวงกลมแล้วฟันผ่ากลาง แล้วสัตว์ประหลาดก็ระเบิดตูม ( ตามฟอร์ม )

อันนี้อาจจะคิดมากไปเปล่าไม่รู้ แต่เราเชื่อว่ามันไปย้ำที่นัยยะสำคัญเดิม ก็คือการทำลาย แหวกกรอบที่กักขังตัวเองออกมา ทำนอง Free yourself ว่างั้นเหอะ

ภาพ 13 : ปิดท้ายด้วยโลโก้ Kamen Rider 555 อ่านว่าไฟส์... อย่าอ่านว่าคาเมนไรเดอร์ ฮ่าฮ่าฮ่า เชียวล่ะ น่าเกลียดตายโหง

เอาล่ะ ก็จบลงแล้วกับบทความใน blog นี้ คิดว่าไงกันบ้าง... อยากบอกว่า "ฟุ้งซ่านว่ะ" หรือ "คิดมากจะแก่ไวนะเจ๊" ก็ได้นะ ตรูก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน... แต่ช่วยไม่ได้นะ ถ้านั่งดูหนังเรื่องเดิมซัก 4 รอบ.. เท่ากับดู openning มา 200 รอบ... คนเราก็ย่อมฟุ้งซ่าน คิดอะไรไปได้ต่างๆ นานานั่นแหละ...

... หมั่นไส้ตัวเองวุ้ย.. เวลาเขียนบทความส่งอาจารย์ หรือเขียนบทความได้เงินล่ะเขียนไม่ออก หัวไม่แล่น คีย์บอร์ดฝืด ทีงานแล้งเงินล่ะล่อซะยาววววววเชียวนะเอ็ง ไอ้บ้า - -'

/me วิ่งร้องไห้ออกจาก blog แล้วไว้เจอกันครั้งหน้านะ ทุกท่าน T-T/


edit @ 2005/08/20 13:14:22
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ไอทีวีเพิ่งเอามาฉายสินะ เมื่อเช้าเปิดผ่านๆก็เจอเหมือนกัน
พระเอกตอนผมยาวๆนี่ ยังไงก็ดูดีกว่าเนอะ

แต่ว่า!

แค่ไตเติ้ลคาเมนไรเดอร์ มันมีความหมายแฝงลึกซึ้งขนาดนี้เชียว
#1  by  มิตสึกิ At 2005-08-20 15:32, 
ทำไมถึงคิดกันไปได้ไกลขนาดนี้
#2  by  smdm At 2005-08-20 16:06, 
โอว...ลึกซึ้งจริงๆ ถ้าตื่นเช้าไหวจะต้องเปิดไอทีวีดูให้ได้เลยฮ่ะ ><
#3  by  Piggy At 2005-08-20 17:23, 
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมคนคิดมากครับเจ๊ เหอๆๆ
#4  by  แลนระดับรากหญ้า At 2005-08-20 18:09, 
ไม่ฮาเลย เจ๊ตัวปลอมเขียนแน่ๆ :P
คนเราเวลาเครียดๆนี่จินตนาการกว้างไกลจริงๆ
#5  by  Berserk666 At 2005-08-20 18:14, 
อธิบายได้น่าสนใจดีครับ ผมเองก็ดูบ้าง ใช้ คอมพิวเตอร์ กราฟฟิก สวยมาก การแปลงร่าง การเปลี่ยนรุปของมอนสเตอร์ พัฒนาจากเมื่อก่อนมาก ครับ
#6  by  LEONARDO DAVINCI At 2005-08-20 19:18, 
..... เจ๊ สุดยอด!

คิดตามแล้วมันก็ได้อย่างง้นจริงๆ นะเออ อารมณ์คล้ายๆ ประมาณว่า คนอ่าน Davinci Code แล้วนึกว่า มันเป็นเรื่องจริงนั่นแหละ

คนทำนี่ เขาคิดถึงขนาดนี้รึเปล่านะ สงสัยจัง
#7  by  gsawa At 2005-08-20 23:12, 
อ่ะ

แอบอ้างชื่อเจ๊ดราโกมาเขียนรึเปล่าน่ะ ศจ.แลงดอน
#8  by  droid At 2005-08-21 09:35, 
สังเกตจริงๆเลยตัวเอง บังเอิญไม่เคยดูอ่ะ (ตื่นไม่เคยทันการ์ตูนช่วงเช้าเลยเดี๋ยวนี้)
อ่านแล้วชักอยากไปดู แต่คิดได้ลึกซึ้งมากๆเลยนะเนี่ย
#9  by  Ryuo WiZ@rD At 2005-08-21 11:39, 
/me ตบบ่าเจ๊ดูหน้าพี่ทาคุมิไป 200 รอบเลยสติแตกไปแล้วสินะ - - /
#10  by  Ont (203.155.221.253) At 2005-08-22 09:44, 
ภาพที่ 12 นี่ผมมองเหมือนเครื่องหมาย "ห้าม" มากกว่าแฮะ ^^;;
นอกนั้นลึกซึ้ง 555 ตอนดูนี่ไม่เคยคิดลึกขนาดนี้ -3-..
#11  by  asuka111 (61.91.223.170) At 2005-08-22 17:17, 
ลึกซึ้งจริงๆ...

/me ตบบ่าไหล่เจ๊ แปะๆ ฟุ้งซ่านมากไปสินะ q(- -
#12  by  Little Lamb At 2005-08-23 09:44, 
อืม เป็นงี้เอง

มัวแต่กดผ่าน แล้วดูฉากสู้เลย
#13  by  ซูเนะโอะ At 2005-08-24 07:06, 
อืม - -''
#14  by  Shinji At 2005-08-31 00:54, 
ลึกซึ้งมากครับ
#15  by  Shoji (203.155.120.173 /unknown) At 2005-08-31 15:11, 
Sukoi da ne~
#16  by  P.S. At 2005-09-01 21:50, 
ทาคุมิมันเปนออเฟนอกส์ไม่ใช่เรอะเจ๊แล้วจะเปนกลุ่มคนได้ไง : p
#17  by  คานะไงล่ะ At 2005-09-04 17:12, 
แอปเปิลผ่าครึ่ง......

ผู้กำกับลามกว่ะ...
#18  by  blade At 2005-09-06 06:35, 
ประโยคสุดท้ายตอนเพลงจบอ่ะ เค้าร้องว่า
(The) end justiFaiz
ขอเพิ่มนะ เราว่า ตอนที่ทาคุคุงแหกกรงอ่ะ
เราคิดว่ามันเป็นเหมือนกับ
เจ้าหมอเนี่ยได้รับพลังแต่แหกคอกงั้นอ่ะนะ
เพราะทาคุมิไม่ได้ทำร้ายคนเหมือนคนอื่น
พระเอกหล่อดีเนื้อเรื่องสนุกอาวุธก็ไฮเทคมากๆ555สแตนบาย!!
แปลงร่าง
#21  by  KAIXA (203.151.140.112 /203.113.61.200) At 2005-09-17 13:39, 
วันๆมันเอาแต่แย่งเข็มขัดกันจะเป็นพระเจ้าสู้กับปีศาจได้งัยฟระ.....
#22  by  mr robot (210.246.71.121) At 2005-09-25 10:23, 
อืม ดูก็ ตะงิดๆใจอยู่นะ ตรงมาลิถูกด้ายดงล้อมอ่า
ไม่นึกว่าความหมายจะขนาดนี้



open eye for the next file
#23  by  Absurd (202.44.8.98 /10.1.11.221) At 2005-11-11 16:42, 
อืมๆ ว่าตามน้ำเลยละกัน
#24  by  por (61.91.75.57) At 2005-11-24 22:48, 
ผมเป็นคนนึงที่ชอบดูไรเดอร์ไฟส์มากๆ เป็นไรเดอร์ที่มีนับว่ามีสาระกว่าบางภาคแต่ว่ายังคิดไม่ได้ถึงขนาดคุณเลย ลึกซึ้งจิงๆ
#25  by  ผู้ที่ผ่านมาเห็น (58.10.109.182) At 2005-12-27 23:12, 
อิอิอิอิอิ
มันมีความหมายขนาดนั้นเชียวรึครับ
#26  by  mook (202.12.74.8 /unknown) At 2005-12-28 15:54, 
เก่งจัง
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่บ้า faiz อย่างมาก
แต่จริงๆผมชอบkaixa มากกว่าอ่ะ
#29  by  สิงห์ทรชน (158.108.194.70) At 2006-05-29 11:33, 
-0- อ่านละคิดตาม ๆ
#35  by  ชายเต้ (58.9.223.10) At 2009-03-16 05:24, 
ไฟส์ทำไม่มีปีก
#37  by  สอง (61.7.149.76) At 2009-08-02 18:46, 

<< Home


ShoutMix chat widget