2006/Apr/27

สวัสดีค่ะ กลับมาอัพบล็อกกันอีกแล้ว ไม่อยากพูดแล้วว่าดอง ถือให้มันเป็นเรื่องประจำของบล็อกนี้ไปเลยละกันนะ ฮะฮะ

ไม่ไหวแล้ว งานยุ่งจนอยากจะล้มลงนอนตายไปเลย

ตอนนี้อยากทำเอ้อระเหยอย่างไอ้เพนกวินตัวนี้มาก... อิจฉามันจริงๆ..

ช่วงที่ผ่านมาก็มีเรื่องวุ่นๆ เกิดขึ้นในวงการมากมาย ทั้งเรื่อง *TC... บี๊บ* แล้วก็ *คนเ..พ บี๊บ* แล้วยัง

*ค..นโดะ บี๊บ* อีก ... แล้วจะเซนเซอร์ทำไมวะ.. เรียกว่าเกิดคดีสาดโคลนกันจนเละไปทั่วบล็อก Exteen เลยทีเดียวเชียว

คืออันนี้อาจจะสายเกินไปหน่อยที่จะออกมาพูดแบบนี้ แต่เราว่าทั้งเราและหลายๆ คนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งกระโน้น ล้วนแล้วแต่กำลังก้าวไปสู่สิ่งที่หวังว่าจะเป็นสิ่งที่ดีขึ้นในอนาคต ( แม้จะก้าวไปแบบล้มๆ ลุกๆ ก็เถอะนะ )

ไม่มีใครอยากจมปลักหรือคุมแค้นอยู่กับมันอีกแล้วค่ะ

* ย้ำอีกครั้งนะคะ นี่พูดถึงบางคนเท่านั้น คนที่ยังจงใจอาฆาตแค้นอยู่ก็มี แต่อย่ามาลากดิชั้นลงต่ำไปกับคุณเลยค่ะ *

เพราะงั้นการที่บล็อกที่มีความเสี่ยงต่อการจะทำความลำบากให้เวบมาสเตอร์จะโดนลบออกไปก็เป็นทางที่ดีที่สุดแล้ว ในความคิดของเรานะ

สำหรับคนที่อยากมาซิบถามเรื่องราวครั้งโน้น ครั้งนี้ และครั้งนั้นกับเรา ก็ขอให้รับทราบไว้ตรงนี้ด้วยแล้วกันนะคะว่าถ้าเราทำเฉยๆ ไม่ตอบ ก็เป็นเพราะเหตุผลข้างต้นและขี้เกียจพิมพ์ ขอขอบคุณในความเข้าใจของทุกท่านด้วยเน้อ


เอาล่ะ ว่าแล้วก็เข้าโหมดทำตัวดีมีประโยชน์ สนองนโยบายของเวบมาสเตอร์บ้าง ชักละอายค่ะ เขียนอะไรไร้สาระมาตั้งเยอะตั้งแยะ อยากทำอะไรตอบแทนสังคมบ้าง กร๊าก

วันนี้มาว่ากันด้วยเรื่อง - หอกฟรี - หรือ ฟรีแลนซ์ กันนะ

ที่อยากยกเรื่องนี้มาเขียนเพราะดูเหมือนตอนโน้นนนนนน เคยเขียนคอลัมน์เรื่องนักแปลลงนิตยสารการ์ตูนที่เจ๊งไปแล้วฉบับหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นคอลัมน์ที่นักอ่านให้ความสนใจกันเยอะ มีคนเมล์มาหรือแอด MSN มาถามรายละเอียดอยู่เนืองๆ ก็เลยจะขอเจาะลึกอีกรอบแล้วกันนะ

แต่คราวนี้จะขอเขียนอย่างละเอียดในแง่ของคนที่เรียนจบแล้วออกมาทำงานเต็มตัวเลยแล้วกันน่อ ฤดูเด็กเรียนจบพอดี

ใครสอบเอนต์หรือหางานอยู่ก็สู้ๆ เน่อ

- วิถีชีวิตฟรีแลนส์ - ไส้แห้งจริงหรือ ?

ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อน ว่า

- นี่เป็นบทความที่เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวของผู้เขียนที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นหอกฟรีมา 3 ปีฝ่าๆ ซึ่งเป็นช่วงเวลาอันน้อยนิดมากมาย อาจมีความบกพร่อง ซึ่งเกิดจากความด้อยประสบการณ์ของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว

- ผู้เขียนทำมาหากินเป็นหอกฟรีด้วยการใช้ความรู้ด้านภาษา ดังนั้นหากท่านหวังจะเข้ามาอ่านหาประสบการณ์จากการเป็นฟรีแลนซ์โปรแกรมเมอร์หรือสัตวบาล กรุณาข้ามไปได้เลย

- อาจมีถ้อยคำหยาบคาย ทิ่มแทงเจือปนบ้าง รับไม่ได้ก็อย่าอ่าน

- กรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เอาล่ะ... จะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะนี่..?

ขอเริ่มจากการหางานก่อนเลยแล้วกัน เพราะนี่ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในชีวิตฟรีแลนส์ - ไม่มีงานก็อดตาย - ไม่มีงานก็ไม่มีเงินนะฮะ เป็นหลักการที่เข้าใจง่ายมากๆ

ทำยังไงถึงจะได้งานมาน่ะหรือ ?

อันนี้ขอบอกน้องๆ ที่กำลังเรียนอยู่ไว้ก่อน ( ไม่จำเป็นต้องอยากเป็นฟรีแลนซ์ก็ได้ ) ว่าให้ขวนขวายหัดทำงานกันไว้ตั้งแต่ตอนเรียน ช่วงราวๆ ปีสี่ตอนใกล้จบก็ได้ ไม่ใช่ว่าจบมาแล้วมีแต่ความรู้ติดตัวมาล้วนๆ แต่ค่าประสบการณ์เป็น 0 มันก็ลำบากอยู่เน่อ

พูดตรงๆ ถ้าพี่เป็นคนพิจารณาแจกงาน ระหว่างคนที่มีประสบการณ์โชกโชน แปลการ์ตูนมาแล้ว 5 ซีรี่ส์ แต่ได้ใบวัดระดับภาษาญี่ปุ่นระดับ 3 กับคนที่ได้ระดับ 1 แต่นั่งหน้าใสตาแป๋ว บอกว่าไม่เคยแตะต้องงานมาก่อนเลย ก็อยากจะเลือกคนแรกมากกว่าเหมือนกันนะ

เอาเข้าจริงๆ แล้ว ใบวัดควอลิตี้อะไรนั่นมันไม่ค่อยเกี่ยวหรอก ทำงานได้ดีหรือเปล่าล่ะ ทำงานได้ดีก็เอางานไปทำ

ซึ่งการพิจารณาว่าใครจะได้งานนั้น ก็ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพงานเป็นหลักอยู่แล้ว

ถ้าน้องมาสมัครแล้วทำตาใสปิ๊งๆ ใส่พี่ บอกว่า "ง่า ~ หนูไม่เคยทำมาก่อนเลยค่า ไม่เค้ยไม่เคยเลยจริงๆ นะ หุฮิ สงสัยพี่ต้องตรวจแก้งานหนูเยอะหน่อยแล้วล่ะ ดูให้หนูด้วยนะคะ งุงิงุงิ อิ๊อิ๊"

พี่ไม่ให้หนูผ่านนะคะ หน้าใสขนาดไหนก็ไม่ให้ ทำงานเอาเงินแล้วนะเฟ้ย ไม่ใช่เด็กฝึกงาน ถ้าเลือกได้ตูเลือกคนที่คล่องๆ เชี่ยวๆ ไม่ต้องเทรนกันมากไม่ดีกว่าเหรอ ถูกไหม ?

เพราะงั้นถ้าให้ดีรีบเก็บเกี่ยวประสบการณ์เอาไว้ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ เถอะนะ ถ้าทำพลาดก็ยังมีคนเมตตาว่าเป็นเด็ก แต่เร่งมือเข้าล่ะ วัยเยาว์มันไม่ได้อยู่กับเราตลอดไป.. ( เชื่อพี่เถอะน้อง พี่แก่แล้ว ที่พูดมาเนี่ยทิ่มแทงใจตัวเองมากเลยนะ.. )

ส่วนจะได้งานมายังไงก็ ก็ขึ้นอยู่กับการขวนขวายของแต่ละคนเน่อ

อันนี้จะขอยกตัวอย่างงานแปลการ์ตูนที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่น ก็ต้องบุกสนพ.โลด เข้าใจว่าบงกชหรือสยามอินเตอร์นี่เปิดรับนักแปลอยู่เรื่อยๆ ก็ลองเข้าไปทดสอบตัวเองดูก็แล้วกันนะ ถ้ายังไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ เราไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว ถือว่าทดสอบตัวเอง

หรือถ้ายังไม่มั่นใจในฝีมือ ไม่กล้าฉายเดี่ยว ก็ลองเลียบๆ เคียงๆ รุ่นพี่หรืออาจารย์ดู ว่ามีงานอะไรให้ช่วยหรือเปล่า ซึ่งโดยมากมักจะมีอยู่แล้ว แต่ละคนงานเต็มไม้เต็มมือกันทั้งนั้น

อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องค่าตอบแทน เอาเป็นว่าทดลองหาประสบการณ์ดูนิดๆ หน่อยๆ ส่วนนี้ถือว่าฝึกตัวเอง เพราะมักจะมีรุ่นพี่หรืออาจารย์คอยประกบตรวจงานอยู่ ไม่ได้เงินเป็นกอบเป็นกำแต่ค่าประสบการณ์พุ่งพรวดๆ นะเออ

เอ่อ แล้วอะไรอีกดีล่ะ... เอาเป็นเรื่องคุณภาพงานและกัน

คือก็เข้าใจอ่ะนะ ว่าบางงานค่าตอบแทนมันถูกซะจนน่าเกลียด แต่ถ้าหลวมตัวเผลอไปรับมาแล้ว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม... ก็ขอให้ตั้งใจทำให้ถึงที่สุดแล้วกัน อย่าทำมั่วๆ ประชดประชันว่า เชอะ ค่าตอบแทนเท่านี้ ก็ได้งานคุณภาพเท่านี้ล่ะเฟ้ย มันไม่ถูกนะ ที่ผิดคือคนจ่าย ไม่ใช่ตัวงานนิ อย่าไปรังแกมันเลย

คือ วงการนี้มันแคบนะคะ นักพากย์ คนจ้าง สตูดิโอ บริษัท มันก็มีอยู่ไม่กี่เจ้า แล้วก็วนๆ กันอยู่แค่นี้น่ะแหละ

ถ้างานดี นักพากย์ คนตรวจบท คนอ่านก็จะแฮปปี้ แล้วชื่อกับเบอร์โทรมันก็ไปปากต่อปากเองนั่นแหละค่ะ

จริงๆ นะ ขอย้ำอีกรอบ อย่างน้อยจากประสบการณ์ที่เจอมา ที่ได้งานมาจุนเจือชีวิตอยู่ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะไปยื่นใบสมัคร ( แต่เพียงอย่างเดียว ) แต่เป็นการที่ชื่อถูกโยนกันต่อๆ ไป

พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเราเก่งเน่อ เดี๋ยวจะเข้าใจผิด เทพๆ เหนือชั้นเรายังมีอีกมากมายก่ายกอง แต่พี่ๆ เทพๆ ก็จะมีงานเต็มมือมาก อารมณ์รับเข้าไปไม่ไหวอีกแล้วว้อย เราก็ได้งานที่เทพๆ เหล่านั้นรับไม่ไหวนั่นแหละมาทำ แหะแหะ

วงการนี้เปิดกว้างเสมอสำหรับคนมีความสามารถ ตั้งใจจริงและขยันขันแข็งนะคะ

อืมม์... อีกคำถามนึงที่เจอมามาก คือ "ค่าตอบแทนพอเลี้ยงตัวไหม"

ส่วนตัวเลยนะ สั้นๆ "พอ"

แต่อันนี้เราไม่สามารถรับประกันได้นะว่าจะพอสำหรับทุกคน ถ้ามีนิสัยเปลี่ยนมือถือทุกเดือน เที่ยวกลางคืนสัปดาห์ละ 3 วัน ต้องมี ipod pocket pc บลาๆๆ เป็นสมบัติติดตัว แบบนี้ก็บอกได้เลยว่าไม่พอค่ะ งานฟรีแลนซ์เลี้ยงคุณไม่พอ

แต่น่ากลัวงานอื่นก็จะไม่พอเหมือนกัน

ส่วนจะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่นั้น...

ที่เคยเจอมาเลยนะ รุ่นพี่สุดเทพ พูดได้ 5 ภาษา จบปริญญาเอก เป็นล่ามประจำยูนิเซฟ เป็นหัวหน้าคุมทัวร์ ฯลฯ รายนั้นรายได้เดือนละหลายแสนค่ะ...

แต่นะ.. อันนั้นเป็นเคสที่หาได้ยากโดยแท้ เรียกว่ามนุษย์เดินดินแหงนหน้ามองกันตาปริบๆ ต้องอาศัยเวลาไต่เต้าหน่อยนะคะ กว่าจะไปถึงขั้นนั้น

จะได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ ก็ขึ้นอยู่กับความขยัน / ความสามารถส่วนตัว / ความยากง่ายของงานกระมังคะ มันมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องน่ะ ไม่อยากฟันธง

จากประสบการณ์ส่วนตัว บอกได้เลยค่ะ ว่างานล่ามเงินดีกว่างานแปลมากๆ เป็นล่ามวันเดียวได้เงินพอๆ กับแปลการ์ตูนหลายตอนอยู่ เอื่อ... พูดแล้วมันน่าน้อยใจจริงๆ...

แต่ที่อยากเตือนนักแปลหน้าใหม่เลยก็คือ รับงานจากใครให้ระวังค่ะ

ถามว่าระวังอะไร ก็ระวังโดนโกงน่ะซี่ ~~~~

เรื่องโดนโกงเงินนี่เป็นอะไรที่มาคู่กะชีวิตฟรีแลนซ์เลยมั้ง เหอะๆ แม้จนบัดนี้ รับงานเจ้าใหม่ทีไร ก็ยังเสียววาบทุกที

ย้ำอีกครั้งนะคะ จะรับงานอะไรจากใคร ถ้าเป็นไปได้ให้ลองสอบถามคนในวงการดูก่อน

ถ้าแต่ละคนเบือนหน้าหนี ทำหน้าเอือมๆ หรือออกท่าทำนอง "ไม่อยากพูด" แล้วเนี่ย ถอยห่างดีกว่าค่ะ เปอร์เซนต์เสี่ยงสูง หรือถ้าทำได้ก็ให้วางเงินมัดจำมาก่อนเลย

อย่าวางใจเพราะเห็นเขาเป็นคนเก่าแก่

อย่าวางใจเพราะเห็นเขาเป็นคนดัง

อย่าวางใจเพราะเห็นเขาเป็นแฟนพันธ์แท้

เจอมาทั้ง 3 กรณีจากคนละคนกันเลยค่ะ ไม่อยากคุย กร๊ากกกกก เดี๋ยวนี้ตูก็ชักเขี้ยวงอกเหมือนกันนะ ฮึ่ม แฮ่ ~

อืมม์.. อะไรอีกหว่า จริงๆ ตั้งใจจะเขียนเรื่องการเป็นนักแปลกับล่าม แต่ยิ่งเขียนยิ่งเริ่มออกแนวไม่เกี่ยวกันเลย เอาเป็นว่าอยากรู้อะไร ทิ้งคำถามไว้ก็ได้ค่ะ หรือถ้าจะกรุณาชี้แนะอะไรก็จะดีใจมากเลยนะ บอกได้เลยจ้า ตามสบายๆ

แล้วเจอกันบล็อกหน้าจ้า ~

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณครับสำหรับเรื่องความเห็นเกี่ยวกับเรื่อง TCตู้ดดด

ส่วนเรื่อง freelance นั้น เข้ากับชีวิตผมมากพอดีเลย

ก็เพิ่งเรียนจบนั่นแหละครับ

ตอนแรกก็มั่นๆ คิดว่า ฉันจะต้องเป็นฟรีแลนซ์ให้ได้ เพราะที่รับทำเว็บ ทำเวิบอยู่ ก็ได้เงินเดือนมากกว่าเงินเดือนหลายเท่า

แต่พอมาถึงเวลาจริงๆ ก็กลับต้องไปสมัครงานตามเขา เพราะถือว่าซื้อความมั่นคงน่ะครับ งานจะมีมาสม่ำเสมอหรือเปล่าก็ไม่รู้

ไม่ค่อยเกี่ยวกับงานฟรีแลนซ์งานแปลที่เล่ามาเลย
ก็ถือว่าแลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่างสายงานละกันครับ
#1  by   มาสเตอร์แชมป์ At 2006-04-27 18:59, 
ได้ความรู้อีกด้านนึงของชีวิตการทำงานดีค่ะ สู้ๆกันต่อไปเนอะ หนูว่าพี่เป็นฟรีแลนซ์มาได้ 3 ปีก็ถือว่าเก่งแล้ว
#2  by  ■ TamaRPG ■ At 2006-04-27 19:00, 
คอมฟื้นชีพแล้วสินะ เอิ๊ก
#3  by  Angel13th At 2006-04-27 19:02, 
อืม..ปุ๊กทำฟรีแลนซ์อย่างเดียวไม่ได้ค่ะ สาเหตุเพราะแปลช้า มันขี้เกียจน่ะเอง55 แล้วที่บ้านก็มีงาน ก็เลยทำงานบ้านควบไปกะฟรีแลนซ์ มีแปลกะคอลัมน์

แต่จริงๆถ้าลงมาทำจริงจังเต็มตัวก็อยู่ได้นะคะถ้าไม่ไปฟุ่มเฟือย มันก็ถือว่าเป็นงานทั้งนั้นแหละ เพียงแต่ปุ๊กว่า บางทีอาจจะต้องมองงานประจำไว้บ้าง เอามาช่วยกันสองทางเผื่อเรื่องความไม่มั่นคงของฟรีแลนซ์ด้วยน่ะค่ะ

เห็นด้วยว่าเป็นล่ามเงินดีกว่าจมหูเลย ไอ้เรารึแปลงกๆๆ กว่าจะได้สักสองสามพัน ทำทีสองเดือนนะคะกว่าจะได้สักเล่ม เล่นเอาแปลกันกระอักไปเลย เหอๆ

แปลนี่ทำมาตั้งแต่สมัยเรียนปีสี่ที่อักษรน่ะค่ะพี่ แบบว่าโชคดีบังเอิญไปรู้จักรุ่นพี่ที่ทำอยู่ เลยติดต่อเข้าหาสนพ.ง่ายขึ้นอีกหลายเท่าตัว

อืม แต่ถึงจะเงินน้อย..แต่ถ้ารักเรื่องที่ตัวเองแปล มันก็ยอมทนได้นะพี่ เหอๆ..แบบว่า เราเห็นมันมาแต่ต้น เราได้แปลแต่ต้นก็อยากจะเป็นคนแปลมันให้ตลอดไม่ว่าเรื่องมันจะไปยังไงก็ตามค่ะ
//ว่าแล้วก็จรลีกลับไปทำงานต่อดีกว่า
#4  by  nuinthelewen At 2006-04-27 19:11, 
อา มังกรสู้ชีวิต.... สู้ๆ... ได้แค่เชียร์กับตามอ่าน เพราะเรามันมนุษย์เงินเดือน ฮะๆ ^^;
#5  by  Choco At 2006-04-27 19:41, 
งานคือเงินน่าพี่ ท่องไว้ๆๆสู้ไว้ๆๆ

อยากรู้เรื่องแปลกับล่ามน่ะ เพราะอยากทำอาชีพทางนี้มากๆ แล้วจะรอวันที่พี่จะมาเล่านะคะ
#6  by  tenrei At 2006-04-27 20:24, 
ศึกษาไว้เผื่ออนาคต เป็นเรื่องอีกด้านที่ไม่รู้จักเลยจริงๆ แฮะ แบบว่าจบมาก็มนุษย์เงินเดือนเลย T_T
#7  by  gsawa At 2006-04-27 21:31, 
อยากเป็นหอกบ้างเหมือนกัน ไม่ค่อยชอบห่วงผูกคอ แต่ความสามารถเฉพาะทางบ่มี
#8  by  Ellebazi At 2006-04-27 22:30, 
ชอบฟรีแลนซ์อย่างหนึง่ตรงความอิสระ จะทำเมื่อไหร่ก็ทำ อาจจะมีกำหนดเส้นตายส่งงานมาจี้ก้นบ้าง แต่โดยรวมก็อยู่ที่เราทั้งหมด แน่นอน อดตายไม่มีจะกินก็โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองด้วย เอิ๊ก

ช่วงนี้ได้แปลแต่เรื่องที่ตัวเองชอบ เลยแฮปปี้ดีทีเดียวแหละ
#9  by  Rune At 2006-04-27 22:45, 
สาระ!!
#10  by  ☆[แป้ง].Haมmy*☆ At 2006-04-28 02:23, 
โอกาสเป็นของคนขยัน :D~

เจ๊สู้ชีวิตมากๆ
#11  by  Unakite At 2006-04-28 09:47, 
ขอบคุณสำหรับประสบการณ์ทางด้านการเป็น หอกฟรี ครับ

เพิ่งเริ่มเข้าสู่วงการ...
น้องไหม่สุด ๆ เลยสินะเรา
#12  by  kanjiz At 2006-04-28 10:50, 
อ่านไว้เป็นประสพการณ์งับ

อีกหน่อยอยากทำฟรีแลนช์บ้างเหมือนกัน ทำงานตื่นเจ็ดโมงทุกวันมันเสียสุขภาพ (อย่างเรามันต้องตื่นบ่ายสองสิ :P)
#13  by  นายตาหวาน At 2006-04-28 14:34, 
ความรู้ใหม่ทั้งน้าน~
อยู่กับเจ๊นี่สาระดีแฮะ แถมอ่านสนุกด้วย
แต่สายอาชีพผมเป็นหอกไม่ได้นี่นา อย่างมากก็เป็นมือปืนรับจ้างรพ.เอกชนเอง ฮ่วย
#14  by  Lan (58.9.185.57) At 2006-04-29 02:52, 
หอกฟรี-*- แปลมาด้ายยยย (หรือมันแปลอย่างนี้จริงๆ )
#15  by   (124.120.183.75) At 2006-04-29 16:49, 
ง่าเม้นท์ไปได้ลืมlogin
ประสบการณ์ทำงานของผมต่ำมากเลย ทำยังไงดีหว่า T_T
#17  by  Johnny At 2006-04-30 15:14, 
เจ้าของบล็อกเองก็รับงานมากจนล้นมือเหมือนกันนั่นแหละ
เพลาๆมั่งเน้อ หาเวลาพักผ่อน + หาเวลาใช้เงินมั่งจ้ะ
(แต่ก็เข้าใจอ่ะนะ...เหมือนอย่างที่คุยกันวันนั้น ว่ามันปฏิเสธไม่ออก )

มาตอบได้ไม่ตรงประเด็นเท่าไหร่เลยแฮะ - -" แต่ว่าเห็นด้วยกับที่เขียนทุกประการนะจ๊ะ
โดยเฉพาะประโยค "ใบวัดควอลิตี้อะไรนั่นมันไม่ค่อยเกี่ยวหรอก ทำงานได้ดีหรือเปล่าล่ะ"
#18  by  Piggy At 2006-04-30 23:10, 
กำลังคิดว่าอนาคตตัวเองอาจจะ ฟรีแลนซ์เหมือนกัน
หาฟรีแลนซ์ graphic designer มาบรรยายมั่งสิเจ๊ TwT
แต่แค่เท่าที่ฝึกงานได้พบประสบมารุ้สึกเรือ่งนึงที่เป็นปัญหากับเรามากคือ เค้าไม่ได้ต้องการงาน"สวย"แต่เค้าต้องการงาน"ขาย" ซึ่งมันทำให้เราลำบากใจมากทีเดียว ต้องฝึกทำใจกันต่อไป
#19  by  vicvic At 2006-05-01 23:21, 
เรียนยังไม่จบเลยค่ะสู้ต่อไปเกี่ยวกับเรื่องเรียนแต่ก้อได้รู้ถึงชีวติการทำงานอีกแง่นึงค่ะ
#20  by  ^o^MayRin At 2006-05-02 07:33, 
ตกลงเจ๊ยอมรับว่าตัวเอง"แก่"สินะ
แถมกัดฟันพิมพ์ใช้ได้นะรอบนี้ พูดคะ ขา พี่ จ๊ะ จ๋า แต่แอบเขี้ยวงอกกัดฟันขูดไปขูดมาอยู่หลายทีเหมือนกัน เอิ้ก
ปล. เมื่อไหร่จะถ่ายรูปตอนทำผมเป็นรินมาให้ดูซะที
#21  by  Berserk666 (82.124.166.139) At 2006-05-03 01:03, 
อ่านแล้วแทงใจหลายๆ กรณีมากกกกก นี่ถ้าได้อ่านตั้งแต่ตอนที่เราจบมาใหม่ๆ ก็คงจะดี งานบางงานตกลงราคาและรายละเอียดกันเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าพอมีการแก้ใข คนจ้างจะให้เพิ่มไอ้นู่นตัดไอ้นี่ แล้วใช้วาจาอันเชี่ยวกรากหว่านล้อมให้เราเห็นว่าปริมาณงานมันพอๆ กับในตอนแรกที่ตกลงนั่นแหละ (แต่ในความเป็นจริง มันเยอะขึ้นต่ากหากกกก) ทำเอาพูดไม่ออกไปหลายงานเหมือนกัน เซ็งๆๆๆ แต่ยังไงก็ยังชอบการเป็นฟรีแลนซ์อยู่ดี
#22  by  ++ r o s i f i x ++ At 2006-12-10 18:32, 
ไส้แห้งจริงๆ รับแปลหน้าละ 100 บาท แปลอังกฤษเป็นไทย ลูกค้ายังต่อราคา เค้าคิดว่านักแปลไม่ต้องกินอะไรเลยเหรอ ค่ามือถือก็ต้องจ่าย บางครั้งไม่มีเงินเหลือซื้อข้าวกินเลยนะ ถ้ารับแปลหน้าละ 10 บาท สงสัยลูกค้าเยอะจนแปลไม่ทัน เรากลัวไม่คุ้ม ถ้าลูกค้าเอาเรื่องยากๆมาให้แปล เอาให้ถ้ารับแปลหนังสือเด็กอนุบาล แล้วค่อยคิดหน้าละ 10 บาท อิอิsad smile
#23  by  นักแปล (203.113.32.12) At 2008-02-07 09:31, 

<< Home