หนีงานมาอัพบล็อก ชะเอิงเอย ~~
ก็อย่างที่ได้บอกเล่ากันไปในบล็อกก่อนที่ดองไว้สองอาทิตย์เต็มๆ...และอีกจิ๊ดนึง... เข้าทำงานประจำเป็นสาวโรงงานแล้วฮ่ะ
ทุกวันนี้ไปกลับกทม.-ชลบุรี ทุกวั้น..ทุกวัน.. ถึงจะมีรถรับส่งมาถึง ( เกือบ ) ใกล้ๆ บ้าน แต่ให้คนที่เคยนอนตีพุงตื่นสายโด่งมาเป็นเวลา 3 ปีฝ่าๆ ลากสังขารลงจากเตียงตอนตี 5 นี่ก็ถือว่ากระเสือกกระสนพอดู..
ไปทำงานแล้วก็ได้เจออะไรที่ถือว่าเป็น "ครั้งแรก" ในชีวิตหลายเรื่อง ก็อย่างว่าล่ะนะ คนไม่เคยทำงานประจำ พอมานั่งตอกบัตรลงเวลามันเลยรู้สึกทะแม่งๆ ชอบกล
...พอเห็นที่ลุงแกะผู้ประสบชะตากรรมการเป็นซาลารี่แมนเข้าไป 3 วันเขียนไว้ก็เข้าใจทั้งความรู้สึกตัวเองและลุงแกะขึ้นมาบ้าง เหมือนนกป่าที่เคยนึกจะไปไหนก็ไปอยู่ดีๆ ก็ถีบตัวเองเข้าไปในกรงจริงๆ..
ไม่รู้ว่ารู้สึกเหมือนกันหรือเปล่า.. แต่มันเป็นความรู้สึกสับสนเล็กๆ เหมือนละทิ้งความฝันไปทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเอง เพราะที่ผ่านมาใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อตัวเองมาตลอด เป็นคนที่เห็นแก่ตัวสุดๆ แต่ตอนนี้ต้องมาทำงานเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ทุ่มเทการทำงานเพื่อบริษัท ใช้ชีวิตของตัวเองเพื่อบริษัท เลยเป็นความรู้สึกที่ขัดแย้งอย่างบอกไม่ถูกชอบกล..
แต่โดยรวมๆ ที่ทำงานที่นี่ก็ถือว่าโอเคทีเดียว คนญี่ปุ่นใจดี แถมที่นี่เคยอยู่กันมาแบบไม่มีล่ามมาก่อนเลยเป็นเวลานานสองนาน ( ปัจจุบันคนที่รับหน้าที่ล่ามโดยตรงมีคนเดียวทั้งบริษัท คือดิชั้น.. ) เลยไม่จำเป็นต้องเรียกใช้ล่ามหัวซุกหัวซุนทุกเรื่อง เอ๊า ก็ดี เรียกชั้นไปก็ใช่ว่าจะแปลให้ได้รู้เรื่องหรอกนะ กร๊ากกกก
ไอ้ที่เขียนข้างบนน่ะไม่ได้ล้อเล่นหรอกนะ.. อย่าคิดว่าแค่เรียนภาษาญี่ปุ่นมา 4 ปี ไปญี่ปุ่นมา 1 ปี แล้วนั่งแปลงานทุกวันมาเป็นเวลา 3 ปีมันจะทำให้เป็นพหูสูตร อย่างกับเครื่องแปลภาษาบาเบลฟิช เอาอะไรโยนเข้าไปแล้วจิ้มๆ จึ้กๆ ก็จะได้เป็นอีกภาษาไหลออกมา
...ก็จะให้คนที่เรียนสายศิลป์มาตลอดชีวิตไปเข้าใจปัญหาการผลิตหินเจียรในเวลา 3 วันได้ยังไงฟระ...
เจอศัพท์ช่างจนหัวหมุน สารหล่อเย็น.. เครื่องอบ..ฟินิชชิ่ง.. หินเจียร.. เกรน.. บอนด์.. น้ำมันหล่อลื่น.. สารจุลชีวะที่ก่อให้เกิดกลิ่น.. การบำบัดบ่อน้ำเสีย.. น้ำมันหล่อลื่น.. เครื่องเพรสขนาด 500 ตันและ 1000 ตัน..
แถมด้วยศัพท์บัญชี..
การขอ BOI.. ISO.. Transfer Pricing.. รอบปีบัญชี.. ภาษีเงินได้นิติบุคคล.. เดินเรื่องขอยกเว้นภาษี..เจ้าหน้าที่สรรพากร
แถมด้วยจิปาถะร้อยแปดพันเก้า เจ้าหน้าที่จากกรมแรงงานมาตรวจถังเก็บน้ำมัน สวัสดิการแรงงาน เอกสารการเช่ารถ บลาบลาบลา เอ๊า ก็บอกอยู่หยกๆ ว่าทั้งบริษัทมีล่ามคนเดียว
...ตายสนิท...
ก็ยอมรับกันซื่อๆ อ่ะนะ ว่าหลายครั้งแปลไม่ได้ดี อึกอักๆ มึนๆ กันไปทั้งสามฝ่ายหลายทีอยู่ เอิ๊ก..
เขียนเหมือนตลก แต่กลุ้มใจเอาเรื่อง คนญี่ปุ่นและไทยที่นี่ก็ดีแสนดี ไม่ว่าซักคำ.. บอกแค่ว่าต่อไปก็ชินเอง..
ถ้าผ่านไปซักเดือน แล้วตูยังโง่เหมือนเดิมจะทำไงล่ะวะเนี่ย.. เฮ่อ..
ตอนนี้เลยรู้สึกผิดเล็กๆ.. เหมือนทำงานให้บริษัทไม่คุ้มค่าเงินเดือนที่เค้าจ่ายมายังไง้ชอบกล ใครทำงานบริษัทอยู่มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อย มันจะมีวันที่เข้าที่จริงๆ น่ะเร้อ.. เฮ้อ..
เปลี่ยนเรื่องดีกว่า.. สต็อปหัวข้อแห่งความหดหู่เอาไว้ก่อน... แต่ก็ยังวนๆ อยู่ในหัวข้อที่ทำงานน่ะแหละ ยังเห่ออยู่ ขี้ใหม่หมาหอมเฟ้ย กร๊าก ~~
เจอคนญี่ปุ่นที่ทำงานทักว่าหน้าเหมือนโอตาคุ !!!
อึ้งโคตร...
คนญี่ปุ่นที่ว่าคนนี้ตะแกประจำอยู่แผนกเซลล์ เป็นคนที่ได้ภาษาไทยประหลาดๆ เยอะมาก เช่น "เก็บสบู่" "ทุเรศ" และ "อีบ้า" ...จะรู้ไปทำไมฟระ.. แต่ละคำ..
เจอหน้ากันตรงๆ พอแนะนำตัวปุ๊บ ตะแกก็ทักทันที..
「君、日本のオタクみたいな顔してるね。」
"เธอนี่หน้าตาแบบโอตาคุที่ญี่ปุ่นเลยนะ"
อึ้ง...อึ้ง...อึ้ง..และอึ้งรับประทานสิครับ......
ด้วยความตกใจอย่างมากเลยหลุดสวนออกไปโดยไม่รู้ตัว..
「ば。。ばれた? 何で一目で分かったんですか。。。」
"ความแตกแล้วเหรอ ? ทำไมมองแวบเดียวแล้วรู้เลยล่ะคะ..."
...กว่าจะคิดได้ก็สายไปแล้ว... อ๊ะ แบบนี้ก็เท่ากับว่าชั้นยอมรับว่าตัวเองเป็นโอตาคุไปโดยปริยายน่ะสิ.. ม้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย !
...แต่คุณอาซามิตกหัวเราะหึๆ แล้วก็เดินจากไป..
กลับมานั่งกุมหัวคิดดู ..อ่อ.. เป็นไปได้ว่าตะแกเห็นฟิกเกอร์ไรเดอร์ที่ดิชั้นหอบไปตั้งที่โต๊ะทำงานน่ะเอง เลยเดาทางออก..
เพราะถูกเนรเทศมานั่งข้างหน้าประกบนายญี่ปุ่นสองคน สิ่งมีชีวิตข้างๆ คือต้นขุนแผนเหี่ยวๆ หนึ่งต้น ..เหงามากโคตรชิบหาย...เลยพยายามหาของรื่นเริงบันเทิงใจมาแต่งโต๊ะ ตอนนี้มีปฎิธินลูกเต๋าโตโตโระหนึ่งอันฟิกเกอร์มาสค็อตสาวรถไฟ ( Tetsudou Musume ) หนึ่งตัว SD Blade ร่าง King Form เหลืองอร่ามหนึ่งตัว
แถมด้วยตัวหมากรุกแจ็ค จาก Nightmare before Christmas อีกหนึ่งตัว
...คาดว่าดูจากสายตาคนภายนอกแล้วโต๊ะนี้คงดูประดักประเดิดเอาเรื่อง... รู้งี้ตรูหาต้นตะบองเพชรหรือต้นเฟิร์นมาแต่งโต๊ะซะก็ดีหรอก สร้างอิมเมจเป็นสาวอ่อนโยนรักธรรมชาติได้ด้วย
...ถ้ามันไม่เหี่ยวตายคาโต๊ะไปซะก่อนน่ะนะ..
จากนั้นมานายยังตอกย้ำเข้าไปอีกด้วยประโยค..
「君、男に近いだね。」
"หนูนี่เหมือนผู้ชายเลยนะ"
............................
เออๆ.. เอาวะ ..ว่าไงว่าตามกัน.. สันดานมนุษย์มันคงไม่ใช่ของที่เปลี่ยนกันได้โดยง่ายเป็นแน่..
เรื่องเอ็กไซต์เรื่องที่สอง.. จริงๆ แล้วนี่ต่างหากที่เป็นหัวข้อหลักในการเขียนบล็อกวันนี้ ที่ผ่านมาเป็นการเกริ่นนำ.. ยาวโคตร.. จะมีคนเหลือมาอ่านถึงนี่ซักกี่คนกันหว่า..
วันพฤหัสที่ผ่านมา สัปดาห์ที่สองแห่งการทำงาน นั่งทำงานอยู่ดีๆ ก็เห็นเหล่าวิศวกรพากันพรวดพราดออกมาจากห้องประชุม ได้ยินเสียงแว่วๆ มาว่าโรงงานไฟไหม้ ก็ยังงงๆ อยู่ โรงงานเราผลิตหินเจียรนี่หว่า มันมีส่วนไหนเป็นเชื้อไฟได้เนี่ย.. ห้องอบระเบิดเรอะ ?
ระหว่างที่จับต้นชนปลายไม่ถูกอยู่นั่นเอง.. ก็เสียงระเบิดดัง ตึ้ม ! สะเทือนมาถึงในออฟฟิส
ทุกคนชะงักกึก มองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วก็พรวดพราดหนีบกระเป๋าลุกทันที พวกวิศวะมาเรียกอพยพแล้ว เสียงแว่วๆ บอกให้ทำตามที่ซ้อมไว้ ..ฮ่วย.. ก็เพิ่งมาทำงานได้ 7 วัน.. ยังไม่ทันได้ซ้อมเลย ดันเจอสถานการณ์จริงซะล่ะ
พอออกมานอกโรงงานก็มีเสียง ตู้ม ! หนักๆ ดังขึ้นอีกรอบ โรงงานข้างๆ ควันคลุ้งดำโชย เหม็นสุดๆ ทั้งออฟฟิสทั้งคนงานเลยเผ่นกันไปโน่นนนน อีกฟากของถนน
ถามไปถามมา จับความได้ว่า โรงงานกลั่นน้ำมันข้างๆ หอกลั่นระเบิด มีอยู่ 5 หอ ระเบิดไปแล้ว 2 รถดับเพลิงวิ่งกันให้ว่อน เอ็กไซต์สุดๆ
แต่ในที่สุดสถานการณ์ก็สงบ เดินกลับออฟฟิสไปทำงานเหมือนเดิม พร้อมได้เรื่องกลับไปโม้ใน IRC 1 เรื่อง เดี๊ยนเข้าทำงานได้สองอาทิตย์โรงงานข้างๆ ระเบิดแหละ โฮะโฮะโฮะ~
จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่น่าภูมิใจเลยนี่หว่า... OTL
ว่าแล้วก็กลับไปทำงานต่อล่ะ งานราษฎร์ยังเคลียร์ไม่เสร็จเลย ตายแน่ๆ.. กรูตายแน่ๆ ฮือๆ...
แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการ =_=/

ปล. ช่วยโปรโมตบล็อกของเชฟห่ำตะวัน ณ ปารีสหน่อย อุตส่าห์ลิงค์มาถึงนี่.. แต่บล็อกตูไม่ใช่บล็อกตลกนะเฟ้ย..
http://berserk666.exteen.com/ แวะไปรับชมพลุวันชาติปารีสสวยๆ กันได้เน่อ