หลังจากอ่านเรื่องสืบสวนที่มีกลิ่นนมเนยและโชยุมามาก พักหลังนี้เลยอยากอ่านเรื่องที่มันกลิ่นกะปิน้ำปลาโชยมามั่ง พอดีกับที่แว้บ ไปร้านหนังสือมือสอง (ร้านหนังสือมือสองที่หัวถนนลำสาลีเป็นร้านที่มีแมวงอกออกมาจากหนังสือ !!) เสียเวลาไป 15 นาที นอกจากได้เกาคอแมวสองตัว และโดนสบัดมือทิ้งอีกหนึ่งครั้ง (อย่ามายุ่งกับเค้านะ !) แล้วก็ได้หนังสือกลับมา 3-4 เล่ม
...แต่ได้หนังสือสืบสวนในไทยมาเล่มเดียว...
อ่านด้วยความหมายมั่นปั้นมือเพราะปกหลังเขียนเชียร์ไว้ดี (เมื่อไหร่เอ็งจะเลิกโดนหลอกด้วยปกหลังเสียที...) แล้วก็ได้พบว่า...
การเขียนเรื่องสืบสวนให้ได้ดีและอ่านสนุกนี่มันช่างยากเสียจริงว้อย !
ไม่ขอออกนามหนังสือเพราะมันเขียนมานานแล้ว (พิมพ์ครั้งแรกปีพ.ศ.2542 ดูจากเนื้อเรื่องแล้วไม่น่ามีโอกาสพิมพ์ซ้ำ) คงมีโอกาสน้อยที่จะหลุดไปอยู่ในมือใครได้อีก
จากใจจริง ไม่อยากจะวิจารณ์ผลงานใครแรงๆ เพราะตัวเองก็(เคย)เป็นคนผลิตงานเหมือนกัน รู้ว่าเวลาโดนด่าว่า"่ห่วย" แล้วมันเฮิร์ทแสนเฮิร์ท (แน่จริงมาต่อยกับกรูดีกว่า สาดดด) แต่เรื่องนี้มัน..แต่มันช่าง...
เกินทานทนจริงๆ ว้อย ~~~! (กรีดร้องเป็นคำรบที่สอง)
ต่อไปเป็นการสปอยล์
ไอ้การไขคดีโดยเฉลยว่าคนร้ายมีเหตุจูงใจจากการระลึกชาติได้สมัยเป็นนักศึกษาที่โดนฆ่าตายในยุค 16 ตุลาเลยออกล้างแค้นนี่มันอะไรกันฟระ... แถมยังมีสารสีม่วงอ่อนที่ได้จากสิ่งมีชีวิตต่างดาวซึ่งโดนขโมยออกมาจากสำนักงานปรามณูแห่งชาติเพื่อนำไปใช้ในแผนร้าย (ไอ้แผนร้ายที่ว่านี่คืออะไรก็ไม่บอก)... เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีวิญญาณร้ายจากพระเจ้ามาเข้าสิงคนร้ายเพื่อลงทัณฑ์คนชั่ว (เออ เอาเข้าไป) ซ้ำเติมด้วยตอนสุดท้ายซึ่งเป็นการลุยกับปีศาจผีดูดเลือดจากยุโรป...
ฮือๆๆ เมิงจะเขียนเรื่องแนวพารานอมอลก็บอกกันก่อนดิ่ว่ะ ตูจะได้ตั้งสติอ่านในกรอบของพารานอมอล ฮือๆๆ (แต่ถึงอย่างงั้นมันก็จะยังเป็นพารานอมอลที่ห่วยอยู่ดี ดูได้จาก The X-Files ซึ่งเป็นแนวสืบสวนแบบเหนือความจริงก็มีความสมจริงอยู่ในเรื่องของมันนั่นแหละ) ไม่เห็นต้องหลอกลวงกันเลยนี่หว่าว่าเป็นนิยายสืบสวน ไอ้บ้าเอ๊ย..ไอ้บ้าเอ๊ย..ฮือๆๆ.. (เสียสติโดยสิ้นเชิง)
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าเลือกหนังสือจากปกหลัง...
ปล. ใครอยากอ่านรีบมาเอาไป ไม่งั้นจะเอาไปบริจาคแล้วนะ....
edit @ 3 Sep 2009 10:15:30 by draco