หายหน้าไปนานมาก ความจริงแล้วไม่ใช่ไม่ว่าง แต่มันมีเรื่องอยากเขียนเยอะมาก ระหว่างที่นั่งคิดอยู่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรก่อนดี ก็ดันคิดถึงเรื่องใหม่ๆ ที่อยากเขียนได้อีก และแล้ว เพื่อความยุติธรรม ก็เลยไม่เขียนมันนั่นทั้งหมด สิ้นเรื่อง (ฮ่วย !)
แต่อย่างไรก็ดี มีเรื่องหนึ่งที่โดดเด่นมาแรงแซงเรื่องอื่นๆ ลิบลิ่ว จขบ.เล็งเห็นแล้วว่าน่านำมาเขียนบล็อกอย่างยิ่ง จึงได้หาโอกาสปัดฝุ่นบล็อกมา ณ ที่นี้แล ตุเรง เหร่ง เร้ง~
( ความจริงแล้วน่าจะเอาไปเล่าใน "คนอยากมีบ้าน the series" แต่มันไม่ทันใจ ลัดคิวก่อนเลยละกันวุ้ย )
เอาเป็นว่าหลังจากฝ่าฟันอุปสรรคนานาประการมา พระเจ้าในคราบของสถาบันเงินกู้ก็ได้เล็งเห็นว่านางสาวพันธ์ซ่าผู้นี้มีเส้นชีวิตยืนยาว ไม่กินเหล้า ไม่เล่นม้า ไม่เล่นหวย แม้จะดวงซวยเป็นพักๆ ก็ยังพอตะเกียกตะกายเอาตัวรอดมาได้อยู่ อย่ากระนั้นเลย จงทำพันธสัญญา อนุมัติเงินกู้ระยะเวลาสามสิบปีให้แก่นางเถิด
เมื่อท่านเทพเงินกู้ ( หมายเหตุ : เทพที่จขบ.ทำพันธสัญญาด้วยคือเทพ TMB โดยจ่ายส่วยตามเงื่อนไข Premium Home Loan ) เอ่ยประกาศิตมาเช่นนี้ เหล่าภูติแคระผู้สร้างปราสาทอันสูงใหญ่ ที่ชนสมัยนี้เรียกว่าคอนโด จึงได้เร่งรีบนำวัสดุต่างๆ มาประกอบกันจนเนรมิตห้องเหลี่ยมๆ ขนาด 67.9 ตม.ที่ประกอบด้วยสุขภัณฑ์และเครื่องครัวขึ้นได้ในหลายพริบตา ( ประมาณสองเดือนฝ่าๆ... )
ภูติแคระแม้นมีวิชาช่างฝีมือเลิศเลอยิ่งนัก กลับไม่อาจผ่านพ้นวิชานัยน์ตาเหยี่ยวของมนุษย์ผู้ฝึกปรือ ด้วยเหตุนี้ แม้ที่พำนักนั้นสร้างเสร็จแล้วกลับต้องแก้ไขอีกหลายครั้ง จนท่านเทพเงินกู้ ภูติแคระ และมนุษย์ทั้งสามฝ่ายต่างอวนเอียนไปตามๆ กัน
อย่างไรก็ดี เมื่อข้อบกพร่องทั้งหลายหมดสิ้นลง ...หรืออย่างน้อยก็ชะลอเวลาไปเกิดตอนไปอยู่จริง... มนุษย์ก็ตกลงลงลายมือชื่อรับห้องดังแกรก รวมทั้งยังต้องควักเงินมัดจำแก่ภูติแคระเป็นเงินหลายสิบเหรียญทอง จนเกือบจะหน้ามืดเปลี่ยนใจเอาดื้อๆ
และแล้ว...
วันแห่งชะตากรรมก็มาถึง วันโอนที่ดินกับภูติแคระ และทำพันธสัญญาเงินกู้กับท่านเทพ !
( จากนี้ไปจะกลับไปเขียนด้วยสำนวนธรรมดาล่ะ ตูทนปั้นมหากาพย์ต่อไปไม่ไหวแหล่ว )
วันนั้น... จขบ.ยังจำมันได้ดีประหนึ่งมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรเพราะมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 21 ต.ค. สัปดาห์ที่แล้วเองนี่หว่า...
โดยก่อนหน้านั้น ได้มีการนัดหมายกันทั้งสามฝ่าย จากทางธนาคาร (AKA ท่านเทพ) ตัวแทนคอนโด (AKA ภูติแคระ) และมนุษย์ ( เดี๊ยนเอง ) ว่าเราจะนัดเจอกันที่กรมที่ดิน นัดธนาคารทำสัญญาเก้าโมง นัดคอนโดทำเรื่องโอนที่ดินสิบโมงนะจ้ะตะเอง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อถึงเวลา 9.05 นาที จขบ.จึงได้ไปปรากฎกาย ณ กรมที่ดิน เขตบางกะปิ ในชุดเชิร์ตขาว กางเกงดำ ส้นสูง เส้นผมสะบัดพลิ้วแลดูโก้เก๋เพราะเพิ่งซ้อนมอไซค์ไม่ใส่หมวกกันน็อคมา พลางนั่งจิบกาแฟรอเจ้าหน้าที่ด้วยความกระหยิ่มใจ ( อะไรของเมริง )
จนเวลาผ่านไปประมาณสิบนาที จึงมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ผู้โทรมาคือฝ่ายธนาคาร เนื้อหาการโทรเป็นราวๆ นี้
ธนาคาร : "แยม (นามสมมุติ) มาถึงแล้วค่ะ คุณจ๊อบอยู่ที่ไหนคะ"
จขบ. : "ตรงม้านั่งหน้าประตูค่ะ"
(เงียบไปหนึ่งอึดใจ)
ธนาคาร : "กรมที่ดินไม่มีที่นั่งหน้าประตูนี่คะ คุณจ๊อบอยู่ไหนเอ่ย"
จขบ. : "อยู่กรมที่ดิน เขตบางกะปิค่ะ"
ธนาคาร : "ว้ายยยย นัดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดสี่ปีก ต้องมาที่เขตประเวศนะคะ"
ตูมมมมมมมมมมมมมม !
จขบ. : "เอ่อ อ่า เอ่อ ไม่ใช่มั้งคะ คนของสี่ปีกบอกให้มาที่เขตบางกะปินี่คะ"
ธนาคาร : "ไม่ใช่ค่ะ สี่ปีกอยู่หมู่บ้านนักกีฬา ต้องมาที่เขตประเวศนะคะ"
ตูมมมมมมมมมมมมมม ! คนคอนโดหลอกกรู ~~~~!
จขบ.ผู้เสียเซลฟ์โดยสิ้นเชิง : "อ่า... ทราบแล้วค่ะ... งั้นเดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไป รอแป๊บนะคะ"
ว่าแล้ว จขบ.ก็กระโดดจับแท็กซี่ไปกรมที่ดินเขตประเวศน์ พลางสาปแช่งคนคอนโดที่บอกผิด หรือไม่ก็ตัวเองที่จำผิด อย่างใดอย่างหนึ่งไปตลอดทาง
9.45 ถึงกรมที่ดิน เขตประเวศน์ ฝนเริ่มตกพรำ
จขบ.ได้พบเจ้าหน้าที่ธนาคารตามคาดหมาย พร้อมทั้งได้เซ็นต์เอกสารมากกว่าที่เคยเซ็นต์มาในชีวิตทั้งหมดรวมกัน ได้แก่ สัญญาเงินกู้สามสิบปี สัญญาจำนอง สัญญาประกันภัย เปิดใช้น้ำไฟ เปิดบัญชีธนาคารใหม่ ฯลฯ ขั้นตอนนี้ไม่ต้องเอาหัวไป แค่เซ็นต์ตามที่เจ้าหน้าที่จิ้มอย่างเดียว ( แต่ต้องอ่านสัญญาไปก่อนหน้านั้นนะ )
หลังจากเซ็นต์เอกสารหมดสิ้น จนท.ธนาคารผู้ยิ้มแย้มก็อำลาไป พลางฝากเอกสารให้จนท.จำนองซึ่งเป็นเอาท์ซอร์สของธนาคารด้วย ( ตูก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าของแบบนี้เขาเอาท์ซอร์สกันได้ด้วย )
อา... เวลาสิบโมงฝ่าๆ พอดี โทรหาจนท.คอนโดดีกว่า ว่าแล้ว บทสนทนาของจขบ.และจนท.คอนโดก็ออกมาราวๆ นี้
จขบ. : "สวัสดีค่ะ คุณชอ (นามสมมุติ) นะคะ คุณชออยู่ไหนแล้วคะ"
คอนโด : "ผมนั่งอยู่ริมประตูครับ คุณจ๊อบอยู่ไหน"
จขบ. : "ด้านซ้ายในสุด ใส่เสื้อเชิร์ตขาวค่ะ"
( เงียบไปหนึ่งอึดใจ )
คอนโด : "ผมมองไม่เห็นเลยครับ..."
( จขบ.เริ่มรู้สึกสังหรณ์ประหลาด )
จขบ. : "ตอนนี้คุณชออยู่ที่ไหนคะ..."
คอนโด : "ผมอยู่กรมที่ดิน เขตบางกะปิครับ"
ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !
จขบ. : "เอ่อ... พอดีจนท.ธนาคารเค้านัดจ๊อบมาผิดเขตนะคะ เดี๋ยวจะรีบนั่งแท็กซี่กลับไปนะคะ"
พอโผล่ศีรษะพรวดออกไป พบว่าฝนตกห่าใหญ่มาก ย้ำ ห่าใหญ่มาก ! และกรมที่ดินเขตประเวศน์นั้นอยู่ในหมู่บ้าน... ซึ่งเรียกแท็กซี่ยากมาก.... และจขบ.ไม่ได้เอาร่มมา.....
ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !
หลังจาก ฮว้าก ! กันไปหนึ่งรอบ ก็เอาเป็นว่าจขบ.สามารถจับแท็กซี่ได้คันหนึ่ง หลังจากเปียกโชกตั้งแต่หัวจรดเท้า ทรุดโทรมประหนึ่งแม่นาคเพิ่งตะกายออกมาจากหม้อ และสามารถไปถึงสนง.เขตบางกะปิได้โดยสวัสดิภาพ
....แต่วีรเวรยังไม่จบแค่นั้น....
เมื่อจขบ.ไปถึงสนง.เขตที่ดินบางกะปิ เจ้าหน้าที่คอนโดที่รออยู่แล้วก็จัดการเรื่องให้ได้อย่างดีมาก (ขอโทษค่ะที่ปล่อยให้รอ T^T) จขบ.ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากเซ็นต์ตรงที่เขาจิ้ม หลังจากเซ็นต์เอกสารอะไรต่อมิอะไร ( กรูชักแยกไม่ออกล่ะ ) ไปมากมาย ที่เหลือก็แค่นั่งรออย่างเดียว
จขบ.นั่งรออยู่ที่ม้านั่ง พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครึ่งเช้าที่ผ่านมา อา... ช่างเป็นหนึ่งวันที่ยาวนานจังนะ แต่ช่างเถอะ อีกไม่นานเราก็จะได้จิบชาอุ่นๆ มองถนนยามฝนพรำ ได้นอนอืดๆ กลิ้งเกลือกกับถุงบีนส์แบกเหมือนหมีเฝ้าถ้ำแล้ว อา... ดีจังเลยนะ...
บึ้มมมมมมมมส์ ! ฟุ่บ !
เสียตูมของอะไรบางอย่างฉีกภาพฝันของจขบ.เป็นชิ้นๆ พร้อมกับกระแสไฟฟ้าที่ดับพรึ่บ หลังจากเสียงฮือฮาด้วยความตกใจของผู้คนดังอยู่ครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่ของกรมที่ดินก็ประกาศดังๆ ว่า
"ไฟฟ้าดับเนื่องจากหม้อแปลงระเบิด ผู้มาติดต่อกรุณารอซักครู่นะคะ"
ฮว้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก !
เรื่องยาวเล่าให้สั้น ( นี่สั้นของเอ็งสินะ ) โดยสรุปแล้ว หลังฟันฝ่าอุปสรรคนานาประการมา จขบ.ก็ทำเรื่องโอนย้ายได้เป็นผลสำเร็จ ได้ทะเบียนบ้าน (ที่ไม่มีเจ้าบ้าน) กับโฉนด (สำเนา) มานั่งดูแล้วฮ่ะ...

ปล. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้านบนเป็นความจริงร้อยเปอร์เซนต์...
ปล.2 วันที่ 24 ตุลาที่ผ่านมาเป็นวันเกิดของจขบ. ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ทำให้ปีที่ผ่านมาเป็นปีที่ดีๆ สำหรับจขบ. ปีหน้าก็ขอฝากเนื้อฝากตัวเช่นเดิมนะฮะ ^^/
ปล.3 แต่เรื่องซวยๆ น่ะลดลงมั่งได้มะ...
edit @ 30 Oct 2009 16:44:25 by draco