Others

กลับมาอัพบล็อกดองๆ โอ้วเย ~

ก่อนอื่นขอคอนเฟิร์มนัดหมายพรรคคนโสดที่จะไปกินเครปเค้กกัน ตกลงไปที่บ้านเชฟนะเคอะ นัดเจอกันวันเสาร์ที่ 25 ที่สถานี BTS ช่องนนทรี เวลาบ่ายโมง พอดีเป๊ะ รบกวนรักษาเวลานิดนึงเห็นแก่สตอเบอร์รี่และวิปครีมที่จะแบกไป เหอๆๆ

เอาล่ะ นัดหมายเสร็จแล้ว ธุระที่จะอัพบล็อกก็หมดลง... ซะที่ไหนล่ะ ไม่ชอบอัพบล็อกสั้นๆ ที่เหลือว่าเรื่อยเปื่อยละกัน

อันนี้เอาให้ดูขำๆ ปกนิยายโรแมนซ์ที่ถูกคนมีอารมณ์ขันเอามายำชื่อเรื่องซะใหม่... ไม่มีชิ้นดี...

"ที่รักจ๋า นั่นหมวกใคร"

"........"

"เจอจระเข้อั๊วะหน่อย"

"ของเล่นในกางเกงป๊ะป๋า" ....เด็กมันล้วงไปเจออะไรฟะ....

......แปลเองนะ.....

เครดิตจาก Longmire does Romance Novels

แล้วเจอกันบล็อกหน้าเน่อ ~~

คลานมาอัพ blog...

ในภาษาอังกฤษมีคำพังเพยว่า "have the patience of Job"

แปลได้ว่า "to be extremely patient" ( มีความอดทนอย่างมหาศาล )

ที่มาของคำพังเพยมาจากคัมภีร์ไบเบิล คือ นานมาแล้ว มีนายกระชายนามว่า Job อยู่ ( เขียนว่า Job อ่านว่า โจ๊บ )

เรื่องของเรื่องคือ อีตาโจ๊บคนนี้แกเป็นคนที่มีความซวยอย่างมหาศาล

อยู่ดีๆ เรือกสวนไร่นาก็ถูกไฟไหม้ชิบหายวายวอด ลูกชายสามคนก็ตายหมดสิ้น ใครๆ ก็ว่าพระเจ้าทอดทิ้งแกแล้ว

แต่อีตาโจ๊บแกก็ยังมุ่งหน้าศรัทธาในตัวพระผู้เป็นเจ้าต่อไปอย่างมุ่งมั่น จนในที่สุดพระเจ้าก็ปรากฎกายแล้วก็คืนทุกสิ่งทุกอย่างที่สูญเสียไปให้ตะแกหมด

ด้วยความอดทนอย่างยิ่งยวดนี้ ทำให้บังเกิดกลายเป็นคำพังเพย ใช้เปรียบเปรยคนที่มีความอดทนมากๆ ว่า "อดทนอย่างกับโจ๊บ"

..................................................

.......ตั้งแต่......

ตั้งแต่ได้ยินคำพังเพยนี้ ก็รู้สึกสงสัยอย่างมากมาตลอด...

ทำไม้ทำไมนะ...

คนที่ชื่อเหมือนกันอย่างตูถึงไม่มีความอดทนได้ซักเศษเสี้ยวของอีตาโจ๊บนี่บ้างหว่า -*-

ทำไม้ทำไม...

เวลาเกิดเรื่องอะไรที่ชวนหงุดหงิดหัวใจขึ้น ปรอทความอดทนมันถึงได้แตกโพละง่ายนัก

สงสัยจริงๆ ว่าตัวเองไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก คนถึงได้ต้องเอาชื่อดราโก้ไปโทรถามตามสำนักพิมพ์ว่าอีนี่เป็นใคร

รู้ทั้งรู้ว่าเขียนไว้ตรงนี้ กว่าจะได้เรื่องก็คงช้า แต่คงไม่ใช่ว่าจะไม่ได้เรื่องเสียทีเดียว

ถึงเจ้าตัวคนที่เที่ยวไปโทรถามไม่ได้อ่าน คนที่มีเจตนาอันดีเอาชื่อดิฉันไปแพร่เข้าหูหล่อนก็คงได้อ่าน

ก็ชื่อดราโก้ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มันชื่อบนโลกในเน็ท คนที่คาบเอาข่าวเราไปแพร่มันจะหนีไปไหนเสีย ก็คาดว่าคงไม่แคล้วอยู่แถวหนีแหละ วงการนี้โลกมันแคบจะตาย

อยากบอกว่า คุณอยากรู้เรื่องของดิฉัน คุณก็มานั่งคุยกับดิฉันสิคะ คุณจะโทรไปหาถามสำนักพิมพ์หาห-กอะไรให้คนตอบเขากระอักกระอ่วนใจไปตามๆ กันน่ะ

ปรอทแตกนะคะ ถึงได้เขียนสุภาพอย่างนี้น่ะ

คุณอยากจะรู้อะไรบ้างคุณถามมาเลย ไม่ได้ต้องไปเที่ยวถามคนอื่นหรอกว่านังนี่มันเป็นใครน่ะ ถ้าคุณว่างมานั่งคุยกับดิฉัน พร้อมจะโชว์ให้ดูตั้งแต่สูติบัตรยันประกาศณียบัตรอนุบาลหมีน้อยเลยทีเดียวเชียวนะเออ

แ-ง หงุดหงิดนะเว้ยเฮ้ย

คุณขา อยากจะบอกว่าไม่ว่าที่บริษัทไหนๆ ก็เป็นบริษัทที่ดิชั้นรับจ๊อบทำงานพิเศษทั้งนั้น ไม่ได้สังกัดที่ไหนซักแห่ง

คุณไม่ต้องสนใจหรอกว่าการที่ดิฉันอยู่ที่นั่นหรือไม่จะช่วยให้บริษัทล่มจมหรือรุ่งเรืองหรือเปล่า

เข้าใจไหมคุณ คนนะคน คนทำงานพิเศษน่ะ ลูกจ้างรายวันน่ะ ได้เงินรายงานน่ะ คุณเข้าใจไหม คนทำงานพิเศษน่ะมันไม่ได้มีความหมายอะไรกับบริษัทนักหนาหรอก

เหมือนน็อตตัวหนึ่ง หายไปเขาก็เอาคนอื่นมาเสียบแทนแล้ววงจรมันก็เคลื่อนไปข้างหน้าของมันต่อไปน่ะ เข้าใจไหม

คนนะคุณ ไม่ใช่เสาหลักศิลาฤกษ์หรือตัวเสนียด จะได้ไปกำหนดความเป็นความตายของบริษัทน่ะ

โตๆ กันแล้วทั้งนั้น พูดแบบนี้แล้วไม่เข้าใจก็ช่างแม่ง หรือถ้าเข้าใจคุณก็โทรมาเคลียร์

อย่ามาบอกว่าดิฉันไม่มีสิทธิจะเขียนอย่างงี้อย่างงั้น ก็ไอ้ที่คุณเอาไปโทรถามคนอื่นน่ะมันชื่อดิฉันนะคะโว้ย

ถ้าคุณไม่โทรมาเคลียร์ก็เรื่องของคุณ ดิฉันก็จะโยนเรื่องนี้เข้าแฟ้มประสบการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ แล้วก็เสือกไสมันไว้ในส่วนหนึ่งลึกๆ ของความทรงจำ ซึ่งอาจจะหายไปตามกาลเวลาหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้..


ต้องขออภัยทุกท่านทั้งหลายที่หลงเข้ามาอ่านด้วยเน่อ นานๆ จะกลับมาเขียนบล็อกทั้งที ดันเป็นเรื่องชวนหงุดหงิดซะได้ แบบว่า ปรอทมันแตก ขอซักเอนทรี่แล้วกันนะ นะนะนะน้า ~

ต้องขอโทษทุกท่านด้วยเน่อที่พักนี้ห่างหายไม่ได้ไปคอมเมนต์บล็อกของมิตรสหายเลย พยายามจะยันตัวขึ้นให้รอดจากกระแสอันเชี่ยวกรากของงานอยู่อ่ะนะ แต่เห็นบล็อกท่านภูภู่แล้วรู้สึกผิดอย่างแรง จากนี้ไปข้อยจะจัดสรรเวลาให้ดีเน่อ แหะแหะ

ไหนๆ ก็ยกคำพังเพยมาอันแล้ว แถมอีกอันละกัน

- Job's comforter ( มิตรสหายของโจ๊บ )

- someone who tries to make you feel more cheerful. but actually makes you feel worse ( ใครบางคนที่พยายามปลอบโยนให้คุณรู้สึกดีขึ้น แต่ดันเจือกกลายเป็นเหยียบย่ำซ้ำเติมซะนี่ )

เอ๊ะ มันยังไงกันเนี่ย ตั้งแต่เคสแรกแล้ว เอาชีวิตจริงตูมาตั้งเป็นคำพังเพยแบบเสียดสี ironic หรือเปล่าวะ..

ถีบเอนทรี่เก่าลงไป เอาเอนทรี่ใหม่ขึ้นมา ตะละลา ~

ละงานมารีบลงบันทึกไว้ด้วยความเร่งด่วน กลัวจะลืมซะก่อน

อาถรรพ์..

อาถรรพ์จริงๆ...

เมื่อวาน...ด้วยอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจเล็กๆ.. ก็ได้เปลี่ยนชื่อใน MSN ไปเป็น "หรือว่าฉันไม่มีสิทธิแม้แต่จะฝัน..."

เท่านั้นแหละ ได้เรื่อง..

หลับปุ๊บ ฝันปั๊บ แถมเป็นฝันที่สุดเหวี่ยงสุดๆ

คงเพราะด้วยความที่อากาศวิปริตแปรปรวน เดี๋ยวอับอ้าว เดี๋ยวฝนตกซู่

ก็เลยส่งผลให้ฝันว่าอยากไปว่ายน้ำ

ฮู้ย ระดับอีดราโก้แล้วจะไปสระว่ายน้ำธรรมดาๆ ตุ๋มตั๋มๆ ได้ไง ไม่ด๊ายไม่ด้าย ต่อให้เป็นฝันก็เหอะ

ชีวิตต้องมีอุปสรรคถึงจะมีรสชาติ !!

นั่งรถทัวร์ไปถึงสระ พระเจ้าจอร์จ...

ทางเข้าต้องว่ายทวนกระแสน้ำเชี่ยวกรากผ่านเข้าไปในอุโมงค์ที่เต็มไปด้วยจระเข้นอนก้น !!

ก็ยังบ้าตะเกียกตะกายเข้าไป เอ้า..

ผ่านมาได้โดยไม่ตาย บ่อน้ำที่พบบ่อแรกเป็นบ่อขี้เถ้าร้อน ลาวาร้อน แบบที่เอามาจี้จุดให้หายปวดเมื่อย มีลิง ( หรือคน ? ) แก่ๆ หน้าตาทำนองฮัปโปซายนั่งกันอยู่เต็ม แล้วตูจะลงไปทำไม สยองชิบ...

เดินๆ ต่อมา สิ่งที่พบคือสระน้ำซาฟารี สภาพเหมือนอยู่แอฟริกาเปี๊ยบ มีงูยักษ์แบบอนาคอนด้าแหวกว่ายไปมาในสายน้ำ แถมเดินๆ อยู่ยังเจอลิงบาบูนสองหัว ...แล้วสองหัวนี่ไม่ใช่หัวเต็มๆ นะ แต่ลักษณะหัวแบะออกเป็นสองซีกเหมือนโดนอีโต้สับ... ตัวขนาดยักษ์ร้องกี๊ๆ วิ่งเฉียดไปนิดเดียว

แต่ดูเหมือนในฝันตอนนั้นจะคิดว่า "โอ้ ช่างเป็นสระว่ายน้ำที่อนุรักษ์ธรรมชาติได้ดีจริงๆ แฮะ"

ดีกะเป๊าะน่ะสิ... - -" บ้าลงไปก็โดนแดร๊กแหงๆ

ดูเหมือนในฝันจะคิดว่าอยากว่ายน้ำสระธรรมดาๆ ก็เลยผ่านสระนี้ไป มาถึงสระว่ายน้ำธรรมด้าธรรมดา แต่ใหญ่ชิบหาย อารมณ์คล้ายๆ บ่อน้ำมันอะไรเทือกๆ นั้น แถมลึกสุดดิ่ง แต่ผลปรากฎว่า...

สระว่ายน้ำมันปิด !!

เจ๊ดดดดดดดดดดดดด หลอกกันนี่หว่า !!

แถวขาออกยังต้องไต่เชือกสองเส้น คลานต่ำ โหนเชือกกลับออกมาอีกตะหาก ทำไมชีวิตมันวิบากนักวะ...

ออกมานั่งกร่อยอยู่ข้างนอก แล้วขากลับตูต้องย้อนทางเดิมออกไปอีกหรือเปล่าหว่า.. ถึงตายนะเว้ยเฮ้ย..

ตอนนั้นเอง สายตาก็ไปเจ๊อะเข้ากับเพื่อนเก่า ที่ดูเหมือนจะควงแฟนมาว่ายน้ำ เลยปรี่เข้าไปถามว่าเป็นไง มาทำอะไรแถวนี้ บลาๆๆ

เพื่อนก็บอกว่า "มาว่ายน้ำ เสร็จแล้ว กำลังจะกลับ" แล้วก็จรลีหายไปอย่างรวดเร็ว ( โอ้ว เพื่อนไม่คบแม้ในฝัน )

ทิ้งให้เราอึ้งทึ่งเสียวอยู่ตรงนั้นเอง....

กำลังจะกรีดร้องดังๆ ว่า "ฟ้ากลั่นแกล้งงงงงงงงงกู๊" ก็ดั๊น ตื่นขึ้นมาซะก่อน

เป็นฝันที่จำได้แม่นมาก..มาก..มาก...

ตื่นมาถึงกับนั่งกุมหัว นี่มันอะไรกันเนี่ย ชีวิตตูต้องเผชิญวิบากกรรมแม้กระทั่งในฝันเชียวเรอะ...

แถมจนตื่นแล้วก็ยังไม่ได้ว่ายน้ำอีกต่างหาก !!

ช่างไร้สาระจริงๆ... ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอารูปตอนหนีไปเที่ยวเกาะเหลาเหลียงที่ตรังมาให้ดูดีกว่า ปลอบใจตัวเอง ตูได้

ไปว่ายน้ำมาแล้ว...


ทะเลสวย

ฟ้าใส

ที่พักดี

ห้องน้ำสะอาด

อาหารอร่อย

มีความสุขมากค่ะ ~

ปล. รูปที่เก็บมานี่เอาจากเวบไซต์เอเจนต์ท่องเที่ยวที่ไปมา บ่ได้ถ่ายเองเน่อ แบตกล้องข้อยหมดกลางคัน... แดมม์จริง..

แล้วพบกันใหม่เอนทรี่หน้าเน่อ ~